Page 44 - kpiebook66023
P. 44
มาตรการทางกฎหมาย : ศึกษารูปแบบนิติบุคคลที่เหมาะสมเพื่อการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม
74
พัฒนาธุรกิจการค้าก าหนดนั้น ไม่ได้ระบุถึงวัตถุประสงค์เพื่อสังคมไว้ด้วย ซึ่งวัตถุประสงค์ดังกล่าวสามารถ
แก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ เพราะเป็นข้อสัญญาที่เรียกว่า default rules
75
ในทางปฏิบัติก็อาจมีวิสาหกิจเพื่อสังคมในรูปแบบบริษัทเลือกที่จะใช้วัตถุประสงค์อย่าง
กว้างที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าก าหนดโดยไม่แก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์เพื่อสังคม เนื่องจากในชื่อของบริษัท
จะมีการใช้ค าว่า “วิสาหกิจเพื่อสังคม” ต่อท้ายอยู่แล้ว เพราะเงื่อนไขของวัตถุประสงค์เพื่อสังคมจะภายใต้
บังคับของ พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมเท่านั้น ในแง่ของบุคคลภายนอกที่ต้องการสนับสนุนวิสาหกิจ
เพื่อสังคม อาจสร้างภาระหากบุคคลภายนอกต้องการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุประสงค์เพื่อสังคม
กล่าวคือ อาจต้องตรวจสอบข้อมูลการจัดตั้งบริษัทจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และตรวจสอบวัตถุประสงค์
เพื่อสังคมจากส านักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมอีกทางหนึ่งด้วย
โดยสรุปแล้ว วัตถุประสงค์เพื่อสังคมของวิสาหกิจเพื่อสังคมนั้นเป็นสิ่งที่ส าคัญมาก และ
ควรปรากฏอยู่ทั้งในทะเบียนของส านักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม และทะเบียนบริษัทของกรมพัฒนา
ธุรกิจการค้า การมีหน่วยงานก ากับดูแล 2 หน่วยงานนี้ ก็อาจเป็นการเพิ่มภาระให้กับทั้งวิสาหกิจเพื่อสังคม
และประชาชนทั่วไปได้ ในขณะที่กฎหมาย CIC ของสหราชอาณาจักรนั้น จะมีข้อมูลปรากฏอยู่ในทะเบียน
บริษัทของ Companies House เพียงแห่งเดียวเพื่อความสะดวกของวิสาหกิจเพื่อสังคมและประชาชน
ทั่วไปในการเปิดเผยและเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ
(2) มาตรา 5(2) เงื่อนไขเกี่ยวกับการก าหนดแหล่งที่มาของรายได้จากการประกอบธุรกิจ
“มีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบมาจากการจ าหน่ายสินค้าหรือการบริการ เว้นแต่กิจการ
ที่ไม่ประสงค์จะแบ่งปันก าไรให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นอาจมีรายได้น้อยกว่าร้อยละห้าสิบมาจากการ
จ าหน่ายสินค้าหรือการบริการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศก าหนด”
เงื่อนไขเกี่ยวกับการมีแหล่งรายได้มาจากการจ าหน่ายสินค้าหรือการบริการตาม
มาตรา 5(2) นั้น อาจเรียกได้ว่าใช้ส าหรับวิสาหกิจเพื่อสังคมในรูปแบบบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนเท่านั้น
เนื่องจากรูปแบบองค์กรไม่แสวงหาก าไร เช่น มูลนิธิหรือสมาคม แม้ว่าจะสามารถสร้างรายได้บ้าง แต่โดย
ปกติแล้วแหล่งเงินได้หลักจะมาจากเงินบริจาคและเงินสนับสนุนต่าง ๆ ซึ่งการก าหนดให้สัดส่วนรายได้จาก
การประกอบกิจการอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมดนั้น สะท้อนให้เห็นแนวคิดของวิสาหกิจเพื่อสังคม
ในฐานะธุรกิจเพื่อสังคม (social business) เจตนารมณ์ของกฎหมายจึงต้องการให้วิสาหกิจเพื่อสังคม
สามารถสร้างรายได้เช่นเดียวกับการประกอบธุรกิจโดยทั่วไป และลดการพึ่งพาเงินช่วยเหลือต่าง ๆ นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมาตรา 6(1) แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ได้ก าหนด
ประเภทของวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ไม่ประสงค์จะแบ่งปันก าไรให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น ท าให้วิสาหกิจ
เพื่อสังคมประเภทนี้ แม้จะอยู่ในรูปของบริษัท ก็ไม่ได้แตกต่างจากองค์กรไม่แสวงหาก าไรมากนัก เพราะยัง
ต้องพึ่งพาแหล่งรายได้ที่มาจากเงินบริจาคและเงินสนับสนุนต่าง ๆ เป็นหลัก รายละเอียดความแตกต่าง
74 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า. แบบฟอร์มบริษัทจ ากัด.
https://www.dbd.go.th/news_view.php?nid=941
75 Brett McDonnell. (2007). Sticky Defaults and Altering Rules in Corporate Law. Southern Methodist 29
University Law Review, 60, pp. 383-440.

