Page 148 - kpi17073
P. 148
การประชุมวิชาการ
สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 16 147
ประเด็นท้าทายสำหรับการสถาปนาองค์กรอิสระในโครงสร้างอำนาจรัฐไทย คือ ความ
ชอบธรรมในการเข้าสู่ตำแหน่งขององค์กรอิสระ การแสดงบทบาทอำนาจหน้าที่ หลักประกันความ
เป็นอิสระและเป็นกลาง รวมถึงการถูกตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจ ทั้งนี้ ประเด็นโต้แย้งในเชิง
หลักการที่สำคัญคือความรับผิดชอบที่เป็นรูปธรรม ในกรณีที่ไม่สามารถแสดงบทบาทให้เห็น
ผลสัมฤทธิ์ตามกรอบที่ได้รับมอบตามความชำนาญเฉพาะด้านได้ หรือการขัดต่อหลักการแบ่งแยก
อำนาจอธิปไตย (Separation of Powers) เนื่องจากมีการรวมศูนย์อำนาจบริหาร การออกกฎเกณฑ์
และการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทไว้ที่องค์กรเดียว ซึ่งการที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีหมวด 11
องค์กรตามรัฐธรรมนูญนั้น นับเป็นกติกาสูงสุดทางการเมืองที่ยอมรับองค์กรอิสระในโครงสร้าง
2
อำนาจรัฐของประเทศไทย ทั้งนี้ อาจก่อให้เกิดการตีความว่าองค์กรอิสระมีสถานะเทียบเท่ากับ
องค์กรหลักที่ใช้อำนาจอธิปไตยทั้ง 3 องค์กร คือ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล อีกทั้งมีคำถาม
ต่อเนื่องถึงความชอบธรรม (Legitimacy) ในการใช้อำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจชี้ขาดที่
กระทบต่อเจตจำนงทางการเมืองของประชาชน คืออำนาจสั่งให้เลือกตั้งใหม่และเพิกถอนสิทธิ
เลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือ “อำนาจให้ใบเหลือง-ใบแดง” ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง
หรืออำนาจตรวจสอบผู้แทนปวงชนที่มาจากการเลือกตั้งที่เข้าไปทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนของเจ้าของ
อำนาจอธิปไตยในด้านการจัดทำนโยบายสาธารณะ การบริหารราชการแผ่นดิน การออกกฎหมาย
หรือแม้แต่การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐที่เกี่ยวโยงถึงอำนาจของรัฐสภาและศาลด้วย ในส่วนของ
องค์กรอิสระด้วยกันก็มีปัญหาทับซ้อนหรือปัญหาในความสูงสุดเด็ดขาดในการดำเนินการหรือ
วินิจฉัย ชี้ขาด ยิ่งกว่านั้นบางกรณีมีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพและเจตจำนงของประชาชนผู้เป็น
เจ้าของอำนาจอธิปไตยด้วย
ตลอดช่วงเวลา 17 ปีของการมี “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” และ “คณะกรรมการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ” เป็นส่วนหนึ่งในโครงสร้างอำนาจรัฐของไทย มีทัศนะ มุมมอง
หรือข้อเสนอทางวิชาการจำนวนมากเกี่ยวกับองค์กรทั้งสอง ประเด็นสำคัญคือองค์กรอิสระ
ซึ่งหมายความรวมถึง “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” และ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม
การทุจริตแห่งชาติ” ควรมีอยู่ต่อไปหรือไม่ องค์กรทั้งสองสามารถแสดงบทบาทอำนาจหน้าที่ได้
สอดคล้องและบรรลุเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือจำเป็นต้องพัฒนาปรับปรุง รวมไปถึง
ปฏิรูปองค์กรดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ ความต่างในมุมมองหรือทัศนะต่อ “ประชาธิปไตย”
ทั้งในนิยาม ความหมาย หลักการ หรือเนื้อหาสาระมีผลต่อคำตอบดังกล่าวทั้งสิ้น
2 ในสหรัฐอเมริกา มีการโต้แย้งว่าการจัดตั้งองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระ “เป็นโมฆะ ขัดกับรัฐธรรมนูญ” ซึ่ง
กำหนดให้อำนาจบริหารเป็นของประธานาธิบดี หน่วยงานทุกหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นและมีลักษณะเป็น “บริหาร”
(executive) จึงต้องขึ้นอยู่กับอำนาจบังคับบัญชาของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ซึ่งรวมกันเป็นคณะรัฐมนตรีที่อยู่ภายใต้
การสั่งการโดยตรงของประธานาธิบดี นอกจากนี้ยังเป็นการไม่เคารพหลักการแบ่งแยกอำนาจเพราะเป็นองค์กรที่ไม่
ขึ้นกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญใดๆ เลย และมีอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจตุลาการและอำนาจบริหารรวมกันอยู่ใน
องค์กรเดียว แต่ศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกามีคำพิพากษาในคดี Humphrey’s Executor v.s. United State ตัดสิน
รับรู้การดำรงอยู่ขององค์กรอิสระของรัฐ หรือ Independent Regulatory Agency โดยสภาคองเกรสมีเจตนาชัดแจ้ง
ที่จะสถาปนาองค์กรที่เป็นอิสระจากอำนาจบริหาร แม้ว่าจะยังอยู่ในสังกัดของฝ่ายบริหารก็ตาม การปฏิบัติหน้าที่ของ
คณะกรรมการการค้า (Federal Trade Commission) โดยอิสระ ไม่สนใจว่าฝ่ายบริหารจะยินยอมด้วยหรือไม่ จึงไม่ การประชุมกลุ่มย่อยที่ 1
ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจถอดถอนคณะกรรมการการค้าออกจากตำแหน่งก่อนครบ
วาระโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรตามที่กฎหมายกำหนดไว้ อ้างอิงจากวิษณุ วรัญญู, 2538.