Page 59 - kpiebook64014
P. 59

รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ2 “บทบัญญัติทางกฎหมายเพื่อการป@องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำใหFบุคคลสูญหาย”  สถาบันพระปกเกลFา


                                                               ผู7เยาวŽ ผู7พิการ หรือบุคคลที่อ1อนแออื่น ๆ ทั้งนี้ ไม1กระทบต1อ
                                                                                           218
                                                               กระบวนวิธีพิจารณาความอาญาอื่น ๆ”


                            การกำหนดเหตุบรรเทาโทษและเหตุฉกรรจ, เป_นแนวทางใหม<ซึ่งอนุสัญญา CED เป_นอนุสัญญาแรก

               ที่นำแนวทางนี้มาใช; โดยระบุให;เป_นทางเลือกว<ารัฐอาจใช;ดุลพินิจกำหนดเหตุบรรเทาโทษและเหตุฉกรรจ,ใน
                                                                                                 219
               กฎหมายอาญาภายในของตนก็ได; หากพบว<าพฤติการณ,แห<งคดีนั้นสอดคล;องกับที่อนุสัญญาได;ระบุ  โดยในกรณี
               เหตุบรรเทาโทษนั้น อนุสัญญา CED ระบุว<ารัฐภาคีอาจกำหนดให;บุคคลซึ่งถูกกล<าวหาว<าเกี่ยวข;องกับการกระทำให;

               บุคคลสูญหาย แต<ต<อมากลับได;เข;ามามีส<วนช<วยอย<างมีประสิทธิภาพให;สามารถค;นพบบุคคลที่ถูกกระทำให;สูญหาย
               โดยที่บุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู< หรือช<วยให;สามารถคลี่คลายคดีการกระทำให;บุคคลสูญหาย หรือชี้ตัวผู;กระทำผิด ให;

               สามารถได;รับการบรรเทาโทษได; อย<างไรก็ดี เนื่องจากอนุสัญญา CED ระบุเพียงตัวอย<าง (Non-exhaustive List)
               เท<านั้น รัฐภาคีจึงอาจระบุพฤติการณ,อื่นเพิ่มเติมก็ได; หรืออาจกำหนดเงื่อนไขให;เคร<งครัดขึ้นก็ได; เช<น กำหนดให;

               ผู;กระทำผิดโดยตรง (Direct Perpetrator) ไม<อาจได;ประโยชน,จากเหตุบรรเทาโทษ  แต<ผู;สมรู;ร<วมคิดหรือ
                                                                                        220
               ผู;สนับสนุนอาจได;รับประโยชน,จากเหตุบรรเทาโทษได; โดยรัฐภาคีจะต;องระมัดระวังว<าการกำหนดเหตุบรรเทาโทษ
               นั้นจะเป_นข;อยกเว;นที่จะต;องได;รับการพิจารณาเป_นกรณีพิเศษเท<านั้น และต;องไม<กระทบต<อวัตถุประสงค,และความ

               มุ<งประสงค,ของอนุสัญญา
                                    221
                            สำหรับในกรณีเหตุฉกรรจ,นั้น อนุสัญญา CED ระบุว<ารัฐภาคีอาจกำหนดให;บุคคลซึ่งถูกกล<าวหาว<า

               เกี่ยวข;องกับการกระทำให;บุคคลสูญหายต;องได;รับโทษหนักขึ้น หากบุคคลที่ถูกกระทำให;สูญหายเสียชีวิต หรือการ
               กระทำให;บุคคลสูญหายที่กระทำต<อสตรีมีครรภ, ผู;เยาว, ผู;พิการ หรือบุคคลที่อ<อนแออื่น ๆ ซึ่งรัฐภาคีอาจระบุ

               พฤติการณ,อื่นเพิ่มเติมก็ได; หรือไม<กำหนดให;มีเหตุฉกรรจ,เลยก็ได;





                     218  Supra Note 13, CED, Art.7(2)
                     “Each State Party may establish:
                     (a) Mitigating circumstances, in particular for persons who, having been implicated in the commission of an enforced
               disappearance, effectively contribute to bringing the disappeared person forward alive or make it possible to clarify cases of
               enforced disappearance or to identify the perpetrators of an enforced disappearance;
                     (b) Without prejudice to other criminal procedures, aggravating circumstances, in particular in the event of the death of
               the disappeared person or the commission of an enforced disappearance in respect of pregnant women, minors, persons with
               disabilities or other particularly vulnerable persons.”
                     219  Supra Note 15, p. 213.
                     220  OAS Doc, OEC/Ser.L/V/II.74 doc. 10 rev. 1, para II.
                     221  United Nations Commission on Human Rights (CHR), Report of the Intersessional Open-ended Working Group to
               elaborate a draft legally binding normative instrument for the protection of all persons from enforced disappearance, UN
               Doc. E/CN.4/2006/57, para. 12



                                                             59
   54   55   56   57   58   59   60   61   62   63   64