Page 22 - kpiebook64014
P. 22

รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ2 “บทบัญญัติทางกฎหมายเพื่อการป@องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำใหFบุคคลสูญหาย”  สถาบันพระปกเกลFา


                                                                        47
               ในการที่มนุษย,คนหนึ่งจะสามารถอุปโภคสิทธิมนุษยชนด;านอื่น ๆ ได;  โดยสิทธิที่จะมีชีวิต คือ สิทธิของบุคคลใน
               การไม<ถูกพรากชีวิตไปอย<างอำเภอใจ และสามารถดำรงชีวิตอยู<โดยปราศจากเงื่อนไขใด ๆ ที่อาจส<งผลกระทบต<อ
               ความสามารถในการดำรงชีวิตอยู< เช<น ไม<ถูกฆ<าหรือทำให;ตกอยู<ในสถานการณ,ที่ก<อให;เกิดความยากลำบากหรือ

               ความทนทุกข,ทรมานในการดำรงชีวิต อย<างไรก็ดี แม;สิทธิที่จะมีชีวิตสามารถถูกจำกัดได;ด;วยเงื่อนไขบางประการ

               เช<น การสังหารหรือวิสามัญฆาตกรรมบุคคลอันเป_นผลมาจากปฏิบัติการเพื่อจับกุมหรือปLองกันมิให;บุคคลนั้น
                                                   48
               หลบหนี หรือเพื่อปราบปรามการก<อจลาจล  แต<การจำกัดเช<นว<าจะต;องตั้งอยู<บนพื้นฐานของวัตถุประสงค,ที่ชอบ
               ด;วยกฎหมายและต;องได;สัดส<วนอย<างยิ่งกับพฤติการณ, เพื่อให;เป_นไปตามวัตถุประสงค,ดังกล<าวเท<านั้น
                                                                                                  49
                            ในกรณีการทรมาน บุคคลที่ถูกทรมานอาจถูกกระทำด;วยวิธีการต<าง ๆ ที่ส<งผลกระทบในระยะยาว

                                                                              50
               ต<อร<างกายและจิตใจ เช<น การสั่งให;อดนอน หรือการถูกจำกัดการให;อาหาร  ซึ่งการกระทำเหล<านี้เป_นการสร;าง
               เงื่อนไขที่ทำให;การดำรงชีวิตของบุคคลที่ถูกทรมานเป_นไปอย<างยากลำบากและอาจส<งผลให;บุคคลนั้นเสียชีวิตใน

               เวลาต<อมาได; ส<วนกรณีการกระทำให;บุคคลสูญหายนั้น แม;มิอาจพิสูจน,ให;แน<ชัดได;ว<าบุคคลนั้นมีสภาพชีวิตความ

               เป_นอยู<อย<างไรหรือเสียชีวิตไปแล;วหรือไม< แต<ก็อาจอนุมานได;ว<าการที่บุคคลนั้นหายสาบสูญไปก็เป_นเพราะได;
               เสียชีวิตลงแล;ว ซึ่งสอดคล;องกับหลักการที่บุคคลไม<พึงถูกพรากชีวิตไปอย<างอำเภอใจ ด;วยเหตุนี้ เมื่อพิจารณา

               ประกอบกับพันธกรณีด;านสิทธิมนุษยชนในเชิงรูปแบบของรัฐ ประเทศไทยโดยหน<วยงานหรือตัวแทนของรัฐ มี
               พันธกรณีในการเคารพสิทธิที่จะมีชีวิตด;วยการไม<กระทำการใด ๆ ที่ส<งผลเป_นการทรมานหรือการกระทำให;บุคคล

               สูญหายจนทำให;บุคคลเสียชีวิต ตลอดจนมีพันธกรณีในการคุ;มครองสิทธิในเสรีภาพของร<างกายด;วยการกระทำการ

               ใด ๆ เพื่อปLองกันมิให;บุคคลได;รับผลกระทบจากการทรมานหรือการกระทำให;บุคคลสูญหายจนเสียชีวิตที่กระทำ
               โดยเอกชน และรวมไปถึงการไม<สร;างข;อจำกัดหรือกำหนดเหตุยกเว;นความผิดหรือเหตุยกเว;นโทษที่มีลักษณะกว;าง

                                                             51
               จนส<งผลให;การดำเนินคดีผู;กระทำความผิดเป_นไปได;ยาก  นอกจากนี้ ประเทศไทยมีพันธกรณีในการออกมาตรการ
               หรือดำเนินการต<าง ๆ เพื่อเติมเต็มให;บุคคลสามารถอุปโภคสิทธิที่จะมีชีวิตได; เช<น การดำเนินคดีผู;กระทำความผิด
               หรือการอบรมบุคลากรของรัฐให;มีความรู;ความเข;าใจมาตรฐานด;านสิทธิมนุษยชน  เพื่อมิให;กระทำการใด ๆ ใน
                                                                                   52
               ลักษณะที่เป_นการทรมานหรือถูกกระทำให;สูญหายจนอาจทำให;บุคคลเสียชีวิตได;










                     47  Cakici v. Turkey, App No 23657/94, Council of Europe: European Court of Human Rights, (1999), para. 86.
                     48  Supra Note 15, p. 276.
                     49  Ilhan v. Turkey, App No 22277/93, Council of Europe: European Court of Human Rights, (2000), para. 74.
                     50  Supra Note 40, para. 96.
                     51  Supra Note 15, p. 291.
                     52  United Nations Human Rights Committee (HRC), General Comment No. 6, The Right to Life, 1982, para. 5.



                                                             22
   17   18   19   20   21   22   23   24   25   26   27