Page 21 - kpiebook64014
P. 21
รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ2 “บทบัญญัติทางกฎหมายเพื่อการป@องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำใหFบุคคลสูญหาย” สถาบันพระปกเกลFา
การจับกุมหรือคุมขังที่มีลักษณะอำเภอใจ คือ การจับกุมหรือคุมขังที่ไม<เป_นไปตามกระบวนการและเหตุผลที่ชอบ
ด;วยกฎหมายตามที่กฎหมายภายในกำหนด ซึ่งเป_นการกำหนดโดยจากการที่อนุวัติการให;เป_นไปตามมาตรฐานทาง
42
กฎหมายระหว<างประเทศ ตัวอย<างที่พบเห็นได;บ<อยในกรณีการกระทำให;บุคคลสูญหาย คือ การจับกุมหรือคุมขัง
บุคคลใดที่ไม<เป_นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อได;ว<าเป_นไปเพื่อปราบปรามการ
43
แสดงความคิดเห็นทางการเมืองของฝายตรงข;าม ด;วยเหตุนี้ เมื่อพิจารณาประกอบกับพันธกรณีด;านสิทธิ
มนุษยชนในเชิงรูปแบบของรัฐ ประเทศไทยโดยหน<วยงานหรือตัวแทนของรัฐ จึงมีพันธกรณีในการเคารพสิทธิใน
เสรีภาพของร<างกายด;วยการไม<กระทำการใด ๆ ที่ส<งผลเป_นการทรมานหรือการกระทำให;บุคคลสูญหาย ตลอดจน
มีพันธกรณีในการคุ;มครองสิทธิในเสรีภาพของร<างกายด;วยการกระทำการใด ๆ เพื่อปLองกันมิให;บุคคลได;รับ
ผลกระทบจากการทรมานหรือการกระทำให;บุคคลสูญหายที่กระทำโดยเอกชน และมีพันธกรณีในการออก
มาตรการหรือดำเนินการต<าง ๆ เพื่อเติมเต็มให;บุคคลสามารถอุปโภคสิทธิในเสรีภาพของร<างกายได;
สำหรับสิทธิในความปลอดภัยของร<างกาย (Right to Security of a Person) เป_นสิทธิที่มีลักษณะ
และเนื้อหาที่เกี่ยวโยงกับสิทธิในเสรีภาพของร<างกายอย<างมาก จนมีความเห็นขององค,คณะบางแห<ง เช<น ศาลสิทธิ
44
มนุษยชนแห<งยุโรป ที่เห็นว<าไม<สามารถแยกสิทธิทั้งสองออกจากกันได; อย<างไรก็ดี คณะกรรมาธิการสิทธิ
มนุษยชน (Human Rights Committee) ได;รับรองว<า สิทธิในความปลอดภัยของร<างกายเป_นสิทธิที่สามารถแยก
พิจารณาได; และหมายถึงพันธกรณีของรัฐที่จะคุ;มครองศักดิ์ศรีในเนื้อตัวร<างกายของบุคคล ด;วยการดำเนินการหรือ
ออกมาตรการต<าง ๆ เพื่อมิให;รัฐหรือเอกชนกระทำการใด ๆ อันเป_นผลให;เกิดการละเมิดต<อศักดิ์ศรีในเนื้อตัว
45
ร<างกายของบุคคล ดังนั้น ประเทศไทยจึงมีพันธกรณีในการเคารพและคุ;มครองสิทธิในความปลอดภัยของร<างกาย
บุคคลในลักษณะดังกล<าวด;วย
2) สิทธิที่จะมีชีวิต
บุคคลที่ถูกทรมานหรือถูกกระทำให;สูญหายอาจได;รับผลกระทบต<อสิทธิที่จะมีชีวิต โดยกติกา
ICCPR บัญญัติไว;ชัดเจนในข;อ 6 ว<า “มนุษย,ทุกคนมีสิทธิที่จะมีชีวิตมาแต<กำเนิด สิทธินี้ต;องได;รับการคุ;มครองโดย
46
กฎหมาย บุคคลจะต;องไม<ถูกทำให;เสียชีวิตโดยอำเภอใจ”
สิทธิที่จะมีชีวิต (Right to Life) ได;รับการยอมรับว<าเป_นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่สุดที่บรรจุไว;ใน
ตราสารระหว<างประเทศด;านสิทธิมนุษยชน เนื่องจากความสามารถในการอุปโภคสิทธิที่จะมีชีวิตเป_นปeจจัยพื้นฐาน
42 Supra Note 15, p. 444.
43 Sarma v. Sri Lanka, Communication No.950/2000, UN Human Rights Committee (HRC), (2000), para. 9.4.
44 Supra Note 30, para. 123.
45 Mojica v. Dominican Republic, Communication No.449/1991, UN Human Rights Committee (HRC), (1991), paras 5.3-5.4.
46 Supra Note 11, ICCPR, Art. 6.
21

