Page 39 - 21908
P. 39
ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 2-23
เพชร, สมศรี หาญอนันทสุข, สุรพงษ์ กองจันทึก, บุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ และจตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร ทั้งห้า
คนมีความรู้และมีประสบการณ์การท างานที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนทั้งในองค์กรของภาครัฐและเอกชน แต่
ขณะเดียวกันรายชื่อทั้งห้าคนก็ถูกวิจารณ์ว่า เป็น "พวกเดียวกัน" เพราะเป็นกลุ่มเอ็นจีโอที่ท างานใกล้ชิดกันมา
ต่อเนื่องยาวนาน อย่างไรก็ดี 21 ธันวาคม 2561 สนช. ก็ประชุมลับและลงคะแนนเป็นการลับ มีมติอนุมัติ
รายชื่อผู้จะเป็นกรรมการ กสม. ชุดที่สี่เพียงสองคนที่มาจากสายราชการ คือ ปิติกาญจน์และพรประไพ เท่านั้น
ส่วนเอ็นจีโอทั้งห้าคน สนช. ลงมติไม่ให้ผ่านทั้งหมด กรรมการชุดใหม่จึงยังไม่สามารถเริ่มเข้ารับหน้าที่ได้และ
ต้องเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่อีกห้าต าแหน่ง ส่วนกรรมการ กสม. ชุดที่สาม ก็ยังรักษาการในต าแหน่งต่อไป
จนกว่าจะมีชุดใหม่มาเข้ารับหน้าที่
พ.ร.ป. ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับปี 2560 ที่ออกมาในยุค คสช. ได้มอบหมาย
บทบาทใหม่ให้กับ กสม. ในมาตรา 26(4) ซึ่งก าหนดว่า ชี้แจงและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องโดยไม่ชักช้าใน
กรณีที่มีการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยโดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม อ านาจ
ใหม่นี้ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการมอบหน้าที่ให้กับ กสม. ท าหน้าที่ "แก้ตัว" แทนรัฐบาลไทย ในกรณีที่มีรายงานจาก
องค์กรระหว่างประเทศกล่าวถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในประเทศไทย หรือการด าเนินการตามกลไก
ระหว่างประเทศกรณีที่รัฐบาลไทยถูกกล่าวหาว่า ไม่แก้ปัญหาสิทธิมนุษยชน และหลังจากมาตรานี้ใช้บังคับไม่
นาน ในปี 2561 ก็มีกรณีที่ องค์กรฮิวแมน ไรทส์ วอทช์ (Human Rights Watch : HRW) เผยแพร่รายงานสรุป
สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนทั่วโลก ประจ าปี 2561 และกล่าวถึงเหตุการณ์ละเมิดสิทธิในประเทศไทยอยู่
หลายเหตุการณ์ ทาง กสม. ไทยก็ออกค าชี้แจง เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 ว่า รายงานดังกล่าวมีการระบุ
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยที่อาจไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม เช่น กรณีกล่าว
อ้างว่า สนช. ของไทยระงับการพิจารณากฎหมายต่อต้านการทรมาน ซึ่งความจริงกฎหมายยังอยู่ระหว่างการท า
ประชาพิจารณ์และประเมินผลกระทบ หรือกรณีที่กล่าวอ้างว่าไทยไม่ได้ด าเนินคดีกับทหารที่สั่งหารประชาชน
ในการชุมนุม ปี 2553 ซึ่งความจริงมีการด าเนินคดีโดย ป.ป.ช. และดีเอสไอ และมีการฟ้องคดีอาญาต่อผู้ชุมนุม
กปปส. แล้วด้วย เป็นต้น ต่อมาในปี 2562 ฮิวแมน ไรทส์ วอทช์ ก็เผยแพร่รายงานประจ าปีอีกครั้ง และทาง
กสม. ของไทยก็ออกค าชี้แจงอีกครั้ง เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2562 โดยเห็นว่า รายงานดังกล่าวมีการระบุ
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยที่อาจไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม เช่น กรณีกล่าว
อ้างว่า รัฐบาลไทยชะลอการยกเลิกมาตรการจ ากัดเสรีภาพในการแสดงออก รวมทั้งด าเนินคดีกับผู้ที่เรียกร้อง
การเลือกตั้ง ซึ่งความจริง คสช. ได้ยกเลิกค าสั่งห้ามชุมนุมเกินห้าคนแล้ว เป็นต้น
หลังจากท างานได้ประมาณหนึ่งปีกว่า เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย หนึ่งใน
กรรมการชุดที่สาม ก็ลาออกจากต าแหน่ง โดยระบุเหตุผลของการลาออกว่า บรรยากาศไม่เอื้อให้เกิดการท างาน
ที่สร้างสรรค์ อาจท าให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ประกอบ
กับมีปัญหาด้านสุขภาพ และเมื่อ 1 มิถุนายน 2562 ชาติชาย สุทธิกลม ก็ลาออกไปรับต าแหน่งใหม่เป็น
กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในระหว่างการท างานร่วมกันของคณะกรรมการ
ชุดนี้ จะเห็นปัญหาภายในได้จากความเคลื่อนไหวตั้งแต่ครั้ง วัส ติงสมิตร ประธาน กสม. ออกโรงคัดค้านการ

