Page 42 - 21908
P. 42

ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ   2-26



                       ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นต้น กระแสหลักนิติธรรม จึงนับว่าอยู่เหนือทุกสิ่งทุกอย่าง

                              กระแสในสังคมตามที่กล่าวมาข้างต้น แม้จะเกิดขึ้นทีละกระแส และแต่ละกระแสต่างมีประเด็นส าคัญ
                       แตกต่างกันออกไป แต่สุดท้ายแล้วทุกเรื่องมีความสัมพันธ์ระหว่างกันจนแยกไม่ออก การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับ

                       ล่าสุดก็ได้รับอิทธิพลจากกระแสทั้งสาม กล่าวคือ ในรัฐธรรมนูญมักบัญญัติถึงกฎเกณฑ์กติกาการปกครองใน

                       ระบอบประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ และหลักนิติธรรมซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึงกระแสสิทธิมนุษยชนเป็นหลักกระแส
                       สิทธิมนุษยชน แม้จะมุ่งจัดระเบียบประชาชนตามที่กล่าวมาข้างต้น แต่ก็มีความเกี่ยวเนื่องกับทุกภาคส่วน ไม่ว่า

                       จะเป็นพลเมือง รัฐบาล รัฐสภา และศาล ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หน้าที่การส่งเสริม
                       ปกป้องสิทธิมนุษยชนแม้จะเป็นหน้าที่ของรัฐ แต่หลายครั้งรัฐบาลกลับเป็นผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนเสียเอง แม้จะ

                       มีรัฐสภาในการตรวจสอบการด าเนินการของรัฐบาลก็ตาม แต่รัฐสภาก็ประกอบด้วยเสียงส่วนใหญ่ของรัฐบาล
                       จึงมีความจ าเป็นต้องมีองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนที่เป็นอิสระจากอ านาจรัฐ


                              อ านาจหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามมาตรา 247 ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่าน

                       การลงประชามติ ได้แก่ 1) การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและเสนอมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสม
                       ในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการละเมิดสิทธิ

                       มนุษยชนต่อหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เกี่ยวข้อง 2) จัดท ารายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิ
                       มนุษยชนของประเทศเสนอต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีและเผยแพร่ต่อประชาชน 3) เสนอแนะมาตรการหรือ

                       แนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม

                       ตลอดทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือค าสั่งใด ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน
                       4) ชี้แจงและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องโดยไม่ชักช้าในกรณีที่มีการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน

                       ในประเทศไทยโดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม 5) สร้างเสริมทุกภาคส่วนของสังคมให้ตระหนักถึงความส าคัญ

                       ของสิทธิมนุษยชน และ 6) อ านาจหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมายอ านาจหน้าที่ทั้งหกประการดังกล่าวนั้น จะ
                       เห็นว่ามีลักษณะต้องประสานงาน ส่งต่อและต้องติดตาม ดังนั้น ภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

                       แห่งชาติจึงมีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่าย
                       บริหาร ฝ่ายตุลาการ รวมถึง องค์กรตามรัฐธรรมนูญและภาคประชาสังคมด้วย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

                       แห่งชาติจึงไม่สามารถด าเนินการให้ส าเร็จโดยล าพังได้ เช่น ภารกิจการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและ
                       เสนอมาตรการเยียวยาแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามมาตรา 247 (1) เมื่อตรวจสอบและท ารายงานผลการ

                       ตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว ต้องส่งรายงานผลการตรวจสอบต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลส าเร็จคือ ปัญหาการละเมิด

                       สิทธิมนุษยชนได้รับการเยียวยา ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่ได้รับรายงาน เป็นต้น

                              อ านาจในการชี้แจงและรายงานข้อเท็จจริงต่อองค์การระหว่างประเทศหรือนานาชาติให้มีความเข้าใจ

                       ถูกต้อง กรณีที่มีการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยโดยไม่ถูกต้องหรือเป็นธรรม ตาม
                       มาตรา 247 (4) ซึ่งเป็นอ านาจหน้าที่ที่เพิ่มเติมจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อน เหตุผลที่บัญญัติไว้เนื่องจากการชี้แจง

                       สถานการณ์สิทธิมนุษยชนต่อองค์การระหว่างประเทศหรือนานาชาติ ควรกระท าด้วยองค์กรที่เป็นอิสระจากรัฐ
   37   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47