Page 43 - 21908
P. 43

ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ   2-27



                       มากกว่ารัฐบาลซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสีย จึงต้องมีคนกลางมาชี้แจง ซึ่งได้แก่ กสม. ดังนั้น กสม. จึงต้องประสานงาน

                       ขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อด าเนินการชี้แจงต่อองค์การระหว่างประเทศหรือนานาชาติต่อไป

                              กสม. มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาล โดย กสม. ส่งรายงานผลการตรวจสอบหรือเสนอแนะมาตรการหรือ

                       นโยบายต่อรัฐบาล ส าหรับรัฐบาลชุดปัจจุบันจะด าเนินการ โดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเมื่อได้รับรายงานหรือ
                       ข้อเสนอแนะจาก กสม. แล้ว เลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะด าเนินการบรรจุเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อ

                       พิจารณาว่า กสม. ชี้ว่ามีปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นหรือไม่อย่างไร โดยก่อนการประชุม

                       คณะรัฐมนตรีอาจซักซ้อมความเข้าใจก่อน เพื่อจะตัดสินใจว่าจะด าเนินการต่อไปอย่างไร ส่วนใหญ่คณะรัฐมนตรี
                       จะมีมติมอบกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องด าเนินการและตอบกลับหรือชี้แจงต่อคณะรัฐมนตรีภายใน 30

                       วัน หากเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่ไม่ใช่หน่วยงานฝ่ายบริหารหรืออยู่นอกเหนือบังคับบัญชาของรัฐบาล

                       ก็จะขอความร่วมมือให้หน่วยงานดังกล่าวตอบกลับมายังคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน เพื่อเข้าสู่ที่ประชุม
                       คณะรัฐมนตรีอีกครั้งเพื่อทราบผลการด าเนินการของหน่วยงานดังกล่าว จากนั้นคณะรัฐมนตรีจะแจ้งผลการ

                       ด าเนินงานต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต่อไป

                              เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านการลงประชามติประกาศใช้บังคับแล้ว บทบาทของ กสม. ย่อมเปลี่ยนแปลง

                       ไปตามอ านาจหน้าที่ที่ปรากฏในมาตรา 247 รวมถึงอ านาจหน้าที่อื่น ๆ ที่จะปรากฏในกฎหมายล าดับรองลงมา
                       ได้แก่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกฎหมายฉบับ

                       อื่น ๆ ซึ่ง กสม. จ าเป็นต้องสร้างระบบเชื่อมโยงการด าเนินการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนกับหน่วยงาน

                       อื่น ๆ ทั้งหน่วยงานฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ รวมถึงองค์กรอื่น ๆ เช่น องค์กรอิสระขอ
                       ยกตัวอย่างกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินมาเป็นกรณีศึกษา กล่าวคือ เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบพบการละเมิด

                       หรือกระท าการละเว้น หรือการกระท าโดยมิชอบด้วยกฎหมายของรัฐ ก่อนรายงานต่อคณะรัฐมนตรี จะใช้วิธี
                       ประสานไปยังหน่วยงานที่ถูกร้องเรียนให้มาชี้แจงก่อน ดังนั้น จึงขอเสนอให้มีการหารือร่วมกันระหว่าง กสม.

                       กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งอาจแก้ไขปัญหาได้โดยไม่

                       ต้องส่งเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรี

                              กสม. ควรเพิ่มบทบาทการปลูกฝังและให้ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนเพิ่มมากขึ้น โดยเน้นบทบาทการ

                       ขับเคลื่อนงานส่งเสริมและให้ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนในนามคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เนื่องจากที่
                       ผ่านมานั้น แม้ กสม. จะด าเนินการงานดังกล่าวบ้างแล้ว แต่การด าเนินการดังกล่าวส่วนใหญ่ยังด าเนินงานใน

                       นามตัวบุคคล ยังไม่ได้ด าเนินการในรูปแบบของคณะกรรมการในด้านการต่างประเทศ เนื่องจาก กสม. เป็น

                       องค์กรที่มีลักษณะพิเศษจากองค์กรตามรัฐธรรมนูญ กล่าวคือ นอกจาก กสม. จะต้องด าเนินงานภายในประเทศ
                       แล้ว ยังต้องด าเนินการกับต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งต่างจากองค์กรอื่นที่ด าเนินการเฉพาะภายในเขตประเทศไทย

                       เท่านั้น อ านาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ได้แก่ การชี้แจงต่อต่างประเทศกรณีมีการกล่าวหาจาก
                       ต่างประเทศว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามมาตรา 247 (6) แห่งร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็น

                       ต้น การท าหน้าที่ของ กสม. ที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศนั้น ต้องค านึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นส าคัญ
   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48