Page 41 - 21908
P. 41
ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 2-25
ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และที่ส าคัญต้องเคารพมติเสียงข้างมากเมื่อมีการลงมติตามกฎหมาย โดยวัส ชี้แจงถึง
อนาคตว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาตรา 60 วรรคสาม ก าหนดว่า กรณีมีผู้ซึ่งอยู่
ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ให้น าความในมาตรา 22 มาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยมาตรา 22 ก าหนดให้
ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุดร่วมกันแต่งตั้งบุคคลมาท าหน้าที่เป็นการชั่วคราวให้ครบ 7 คน
และภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 จะลงนามในหนังสือถึงประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุด
เพื่อให้ด าเนินการตามมาตรา 22 ต่อไป
2.4.3 แนวทางและความเชื่อมโยงในการด าเนินงานและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนระหว่าง กสม.
องค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ องค์กรฝ่ายบริหารและองค์กรฝ่ายตุลาการ (วิษณุ เครืองาม, 2560)
ความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะสถาบันสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติ จะต้องมีความเชื่อมโยงกับองค์กรฝ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่าย
ตุลาการ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและภาคประชาสังคม รวมถึงประเด็นในร่างรัฐธรรมนูญซึ่งผ่านการลง
ประชามติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม 2559 ได้ให้ความส าคัญต่อ กสม. มากกว่ารัฐธรรมนูญฉบับอื่น โดยยก
ฐานะ กสม. เป็น 1 ใน 5 องค์กรตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งได้กล่าวถึงบทบาทส าคัญของ กสม. ในเวทีระหว่าง
ประเทศ กล่าวคือ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีอ านาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับองค์กรทั้งฝ่ายนิติ
บัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ เนื่องจากการท างานของ กสม. มีความจ าเป็นต้องประสานงานและสร้าง
ความสัมพันธ์กับองค์กรอื่น ๆ กสม. จึงไม่สามารถด าเนินงานตามล าพังได้ เพราะหากไม่ได้รับความร่วมมืองาน
อาจจะไม่ประสบความส าเร็จ นอกจาก กสม. จะมีความเกี่ยวข้องกับองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และ
ฝ่ายตุลาการแล้ว ยังมีความเกี่ยวข้องกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญอื่น ๆ ด้วย เนื่องจากในร่างรัฐธรรมนูญซึ่งผ่าน
การลงประชามติและก าลังประกาศใช้บังคับนั้น ก าหนดให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนใด
ก็ตาม หากเห็นว่าเป็นอ านาจหน้าที่ขององค์กรอื่น จะต้องด าเนินการส่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไปยังองค์กรที่มี
อ านาจหน้าที่ด าเนินการกับเรื่องร้องเรียนนั้น ๆ ต่อไป รวมถึงก าหนดวิธีรับเรื่องร้องเรียนและการส่งต่อใน
ระหว่างองค์กรด้วย
กระแสในสังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลานับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตราบใดที่มนุษย์ทุกคน
ยังคงต้องคิดและต้องท าตลอดเวลา จึงท าให้เกิดกระแสขึ้นในสังคมซึ่งกระแสเกิดผลได้ทั้งทางบวกและทางลบ
โดยกระแสที่ส าคัญของโลกมี 3 ประการ ได้แก่ 1) กระแสประชาธิปไตย (democracy) มีจุดอ่อนเนื่องจาก
กระแสกล่าวถึงแต่เพียงระบบการปกครอง ได้แก่ การเลือกตั้ง การแบ่งแยกอ านาจอธิปไตย แต่กลับละเลย
ประชาชน จึงเกิดกระแสใหม่ขึ้นได้แก่ 2) กระแสสิทธิมนุษยชน (human rights) คือ สิทธิที่ได้รับในฐานะที่เกิด
มาเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะบัญญัติเป็นกฎหมายหรือไม่ก็ตาม 3) กระแสหลักนิติธรรม (rule of law) นับเป็นกระแส
ที่มีความส าคัญต่อโลกเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่ทวีความส าคัญมากยิ่งขึ้นในยุคปัจจุบัน กล่าวได้ว่ากระแส
ประชาธิปไตยเกิดขึ้นเพื่อจัดระเบียบการเมือง กระแสสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นเพื่อจัดระเบียบประชาชน ส่วน
กระแสนิติธรรมเกิดขึ้นเพื่อจัดระเบียบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอ านาจฝ่ายใดก็ตาม นับตั้งแต่อ านาจฝ่ายนิติบัญญัติ

