Page 35 - 21908
P. 35
ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 2-19
เมื่อกล่าวถึงความเป็นอิสระของเจ้าหน้าที่ของรัฐ มักจะได้ยินกันมาโดยตลอดว่า แต่ละหน่วยงานล้วนอิสระ
ทั้งนั้น ความจริงแล้วอิสระมีอยู่หลายมิติ หลักความเป็นอิสระของเจ้าหน้าที่ของรัฐและประเภทของความเป็น
อิสระของเจ้าหน้าที่ของรัฐมีหลายประเภท ความหมายของหลักความเป็นอิสระคืออะไร อ านาจรัฐทั้งหมดถูกใช้
ผ่านบุคคลธรรมดา รัฐใช้อ านาจผ่านตัวเองไม่ได้ต้องอาศัยบุคคลธรรมดา ที่เรียกว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” เป็น
เครื่องมือในการท าให้บรรลุภารกิจของรัฐ เพราะฉะนั้นการที่อ านาจรัฐถูกใช้ผ่านโดยบุคคลธรรมดา จึงมี
ประเด็นในเรื่องอิสระและความเป็นกลางหรือไม่เป็นกลาง เพราะว่าเจ้าหน้าที่คือบุคคลธรรมดาซึ่งมีชีวิตเลือด
เนื้อตัวตนอยู่ จะเป็นกลางหรือไม่เป็นกลางเป็นอิสระหรือไม่ ความเป็นอิสระของเจ้าหน้าที่คือการที่บุคคล
ธรรมดาซึ่งใช้อ านาจในนามของรัฐกระท าการภายในขอบอ านาจหน้าที่นั้นย่อมมีอิสระในการด าเนินการภายใต้
หลักความผูกพันของแต่ละอ านาจซึ่งมีความแตกต่างกัน ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุภารกิจขององค์กรที่ใช้อ านาจนั้น ๆ
จากหลักความเป็นอิสระนี้สามารถแยกสาระส าคัญได้ 4 ประการ ได้แก่ ประการที่หนึ่ง เป็นการกระท า
ทั้งหลายทั้งปวงในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประการที่สอง เป็นการกระท าในกรอบภารกิจใดภารกิจหนึ่งของรัฐ
ประการที่สาม เจ้าหน้าที่ของรัฐมีอิสระในการด าเนินภารกิจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว และประการ
สุดท้ายอยู่ภายใต้ความผูกพันตามลักษณะขององค์กรนั้น ๆ ซึ่งความผูกพันของแต่ละองค์กรไม่เหมือนกัน
องค์กรทางการเมืองผูกพันลักษณะหนึ่ง องค์กรศาลผูกพันลักษณะหนึ่ง องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญก็ผูกพันอีก
ลักษณะหนึ่ง แต่ละองค์กรล้วนมีความผูกพันในบริบทที่มีความแตกต่างกัน ความเป็นอิสระของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
นั้นจะแยกย่อยได้ในหลายมิติ อาทิ อิสระของเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายการเมือง อิสระของเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายตุลา
การ อิสระของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ อิสระของเจ้าหน้าที่ของรัฐในทางปกครอง อิสระ
ของเจ้าหน้าที่ของรัฐในทางวิชาชีพ ความเป็นอิสระจึงมีความหลากหลายมาก
“อิสระของฝ่ายการเมือง” โดยเฉพาะฝ่ายบริหารซึ่งมีความเชื่อมโยงกับประชาชนเชื่อมโยงกับหลัก
ต่าง ๆ โดยมีอิสระในการก าหนดนโยบายเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน อิสระในที่นี้ หมายถึงการ
ริเริ่มในการน าแนวทางในเชิงนโยบายมาใช้เพื่อบรรลุผลประโยชน์ของประชาชนหรือความต้องการของ
ประชาชน ถามว่าฝ่ายการเมืองผูกพันกับอะไร ผูกพันต่อการแก้ปัญหาของประชาชนนั่นเอง ผูกพันในทาง
การเมือง ผูกพันในเรื่องเชิงนโยบาย จะเห็นได้ว่าองค์กรทางการเมืองก็มีอิสระแต่มีอิสระในการก าหนดนโยบาย
เพื่อตอบสนองต่อประชาชน อิสระของฝ่ายนิติบัญญัติคือหลักมีอาณัติโดยอิสระ (free mandate) คือหลักความ
เป็นตัวแทนของปวงชนที่ไม่อยู่ภายใต้ความผูกพันหรืออาณัติใด ๆ อิสระในการริเริ่มตรากฎหมาย อิสระของฝ่าย
ตุลาการมีความชัดเจนและครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดในบรรดาอิสระทั้งหลายทั้งปวงเมื่อเปรียบเทียบกับฝ่าย อื่น ๆ
“อิสระของฝ่ายตุลาการ” มีอยู่ 3 ประการ คือ 1) อิสระในเชิงองค์กร หมายความว่า องค์กรไม่อยู่
ภายใต้บังคับบัญชาหรือก ากับดูแลขององค์กรอื่น 2) อิสระในการพิพากษาอรรถคดี คือ มีความอิสระ ไม่อยู่
ภายใต้ระบบการบังคับบัญชา ไม่อยู่ภายใต้ความผูกพันใด ๆ และ 3) อิสระในทางต าแหน่ง หมายความว่าเรื่อง
ของการโยกย้าย เรื่องวินัย ต้องมีความเป็นอิสระ หลักอิสระที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดก็คือ หลักอิสระของตุลาการ
ถามว่าตุลาการผูกพันกับอะไรผูกพันต่อกฎหมายและความยุติธรรม ผูกพันต่อข้อเท็จจริงในคดี หมายความว่า

