Page 30 - 21908
P. 30

ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ   2-14



                                     ส าหรับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการฯ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ

                       ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 9 ประกอบด้วยคุณสมบัติจ านวน 5 ข้อ และมาตรา 10 ประกอบด้วยลักษณะต้องห้าม

                       จ านวน 25 ข้อ
                                        (3.2) การได้มาซึ่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

                                            (3.2.1) การสรรหา
                                            พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 11 ได้ก าหนดให้มีคณะกรรมการ

                       สรรหา ผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการฯ ไว้ จ านวน 11 คน ประกอบด้วยผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ
                       ได้แก่ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้น าฝ่ายค้านในสภา

                       ผู้แทนราษฎร ผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน (จ านวน 3 คน) ผู้แทนสภาทนายความ ผู้แทนสภาวิชาชีพ
                       ทางการแพทย์และสาธารณสุข ผู้แทนสภาวิชาชีพสื่อมวลชน และอาจารย์ประจ าหรือผู้เคยเป็นอาจารย์ประจ า

                       ในสถาบันอุดมศึกษา

                                            ในส่วนของกระบวนการและขั้นตอนการสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น
                       กรรมการฯ นั้น พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 13 โดยผู้ซึ่งจะได้รับการสรรหา

                       ต้องได้รับคะแนนเสียงถึง 2 ใน 3 ของจ านวนคณะกรรมการสรรหาทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จากนั้น คณะกรรมการ

                       สรรหาจะส่งรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาไปยังวุฒิสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ
                                            (3.2.2) การให้ความเห็นชอบโดยวุฒิสภา

                                            พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 14  ก าหนดให้ผู้ได้รับการสรรหาเพื่อ
                       แต่งตั้งให้ด ารงต าแหน่งกรรมการ ต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ

                       จ านวนสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

                                            (3.2.3) การแต่งตั้ง
                                            พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 14 วรรคท้าย ก าหนดให้ประธาน

                       วุฒิสภา น าความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการ และเป็นผู้ลงนามรับสนอง
                       พระบรมราชโองการ

                                     (3.3) วาระและการพ้นจากต าแหน่ง
                                     พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 19 ได้บัญญัติให้กรรมการฯ มีวาระการด ารง

                       ต าแหน่ง 7 ปี นับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และด ารงต าแหน่งได้เพียงวาระเดียว ส่วนการพ้นจาก

                       ต าแหน่งของกรรมการฯ นอกจากการพ้นต าแหน่งตามวาระแล้ว มาตรา 20 ยังได้บัญญัติให้กรรมการฯ พ้นจาก
                       ต าแหน่งเมื่อ 1) ตาย 2) ลาออก 3) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม 4) พ้นจากต าแหน่งตามมาตรา 40

                       กล่าวคือ จัดท ารายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลา

                       ที่กฎหมายก าหนด
                                     (3.4) การหลีกเลี่ยงกรณีผลประโยชน์ทับซ้อน

                                     พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 24 ได้ก าหนดให้ในระหว่างการด ารงต าแหน่ง

                       กรรมการต้องไม่รับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด จาก
   25   26   27   28   29   30   31   32   33   34   35