Page 31 - 21908
P. 31

ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ   2-15



                                            (1) บุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย

                                            (2) นิติบุคคลตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจหรือกิจการหรือจดทะเบียน

                       สาขาอยู่ในหรือนอกราชอาณาจักร
                                            (3) นิติบุคคลที่จดทะเบียนในราชอาณาจักรโดยมีบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยมีทุนหรือ

                       เป็นผู้ถือหุ้นเกินร้อยละ 49
                                            (4) องค์การหรือนิติบุคคลที่มีรายได้หลักจากทุนหรือเงินอุดหนุนจากต่างประเทศ

                                     นอกจากนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 25 ได้ก าหนดให้กรรมการต้อง
                       ปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา และการปฏิบัติหน้าที่และการใช้อ านาจของคณะกรรมการต้องเป็นไปโดยสุจริต เที่ยง

                       ธรรม กล้าหาญ ปราศจากอคติทั้งปวงในการใช้ดุลพินิจ และปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามมาตรฐานทางจริยธรรม ทั้ง
                       ต้องค านึงถึงความผาสุกของประชาชนชาวไทยและผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติเป็นส าคัญ และในระหว่างการ

                       ด ารงต าแหน่งกรรมการจะเข้ารับการศึกษาหรืออบรมในหลักสูตรหรือโครงการใดๆ มิได้ เว้นแต่เป็นหลักสูตร

                       หรือโครงการที่คณะกรรมการเป็นผู้จัดขึ้นโดยเฉพาะส าหรับกรรมการ
                                     (3.5) หน้าที่และอ านาจ

                                     พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 26 และมาตรา 27 ได้บัญญัติหน้าที่และอ านาจ

                       ของคณะกรรมการฯ ไว้ ดังต่อไปนี้
                                            (1) ตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุก

                       กรณี โดยไม่ล่าช้า และเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิ
                       มนุษยชน รวมทั้งการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อหน่วยงานของรัฐ หรือเอกชน

                       ที่เกี่ยวข้อง
                                            โดยในมาตรา 34 วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติให้คณะกรรมการฯ ท าหน้าที่ดังกล่าว เมื่อ

                       ความปรากฏต่อคณะกรรมการฯ ไม่ว่าโดยทางใด ไม่ว่าจะมีผู้แจ้งหรือผู้ร้องเรียนหรือไม่ก็ตามว่ามีการละเมิด

                       สิทธิมนุษยชนขึ้น โดยให้คณะกรรมการฯ ตรวจสอบเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงที่ถูกต้องและท าความจริงให้
                       ปรากฏโดยไม่ชักช้า และต้องศึกษาวิเคราะห์ให้ทราบถึงสาเหตุของการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งเน้นที่จะ

                       แก้ไขปัญหาและป้องกัน มิให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเรื่องนั้นหรือลักษณะนั้นขึ้นอีก
                                            และมาตรา 39 ได้บัญญัติห้ามมิให้คณะกรรมการฯ รับเรื่องที่คณะกรรมการฯ

                       พิจารณาแล้วเห็นว่า มีลักษณะดังต่อไปนี้ไว้พิจารณา ได้แก่ 1) เรื่องที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาลหรือเรื่องที่

                       ศาลมีค าพิพากษา ค าสั่ง หรือค าวินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดแล้ว 2) เรื่องที่ไม่อยู่ในหน้าที่และอ านาจของคณะ
                       กรรมการฯ 3) เรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอ านาจขององค์กรอิสระอื่น หรือที่องค์กรอิสระอื่นรับไว้ด าเนินการตาม

                       หน้าที่และอ านาจขององค์กรอิสระนั้นแล้ว 4) เป็นการร้องเรียนโดยใช้สิทธิไม่สุจริตและการพิจารณาจะไม่เป็น
                       ประโยชน์ต่อประชาชน โดยส่วนรวม 5) เรื่องที่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมแล้ว 6) เป็นเรื่องที่

                       คณะกรรมการฯ เคยพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เว้นแต่จะปรากฏพยานหลักฐานหรือ

                       ข้อเท็จจริงใหม่อันจะท าให้ผลการพิจารณาเปลี่ยนแปลไป และ 7) เรื่องอื่นตามที่คณะกรรมการฯ ก าหนด
   26   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36