Page 33 - 21908
P. 33

ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ   2-17



                                            ทั้งนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 4 ได้นิยามค าว่า “พนักงาน

                       เจ้าหน้าที่” หมายความว่า เลขาธิการ ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของส านักงาน และเจ้าหน้าที่
                       ของรัฐ ซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้

                                            นอกจากนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ ยังได้บัญญัติให้อ านาจ

                       คณะกรรมการฯ เพิ่มเติม ได้แก่
                                     มาตรา 35 บัญญัติให้ในการตรวจสอบเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะ

                       กรรมการฯ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ คณะกรรมการฯ มีอ านาจ ดังนี้
                                            (1) ขอให้หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานดังกล่าว

                       หรือบุคคลใด มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงหรือให้ความเห็นในการปฏิบัติงาน หรือมาให้ถ้อยค า หรือส่งวัตถุ
                       เอกสาร หลักฐาน หรือพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาภายในระยะเวลาที่

                       คณะกรรมการฯ ก าหนด ในกรณีที่หน่วยงานหรือบุคคลใดไม่ด าเนินการตามที่คณะกรรมการฯ ร้องขอ คณะ

                       กรรมการฯ จะออกค าสั่งให้หน่วยงานหรือบุคคลนั้นด าเนินการดังกล่าวก็ได้
                                            ทั้งนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 59 ได้ก าหนดโทษไว้ส าหรับผู้ที่

                       ไม่ปฏิบัติตามค าสั่งของคณะกรรมการฯ ดังกล่าวด้วย

                                            (2) เข้าไปในเคหสถานหรือสถานที่ใดๆ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือรวบรวม
                       พยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ในกรณีที่เคหสถานหรือสถานที่ที่จะเข้าไปนั้นมิได้อยู่ในความครอบครอง

                       ของหน่วยงานของรัฐและเจ้าของหรือผู้ครอบครองไม่ยินยอม ให้เข้าไปได้เมื่อมีหมายของศาล
                                            (3) ออกระเบียบก าหนดหลักเกณฑ์การจ่ายค่าใช้จ่าย ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าเดินทาง

                       ของบุคคลซึ่งมาให้ความเห็นหรือถ้อยค า และการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่
                                     มาตรา 37 บัญญัติให้ในกรณีที่การละเมิดสิทธิมนุษยชนเรื่องใดเป็นความผิดอาญา และ

                       ผู้เสียหายไม่อยู่ในฐานะที่จะร้องทุกข์หรือกล่าวโทษด้วยตนเองได้ ให้คณะกรรมการฯ หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการฯ

                       มอบหมายมีอ านาจร้องทุกข์หรือกล่าวโทษได้โดยให้ถือว่าเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
                       อาญา

                                     มาตรา 38 บัญญัติให้ในกรณีที่กรรมการผู้ใดพบเห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและจ าเป็นต้อง
                       ด าเนินการโดยเร่งด่วน ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะเป็นภยันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายของบุคคลซึ่งถูกละเมิด

                       สิทธิมนุษยชนหรือไม่มีทางเยียวยาได้ในภายหลัง กรรมการผู้นั้นอาจแจ้งให้หน่วยงานของรัฐให้ความช่วยเหลือ

                       เยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามหน้าที่และอ านาจของหน่วยงานนั้นได้ แล้วแจ้ง
                       ให้คณะกรรมการฯ ทราบ ในกรณีจ าเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้กรรมการผู้นั้นอาจสั่งให้พนักงานฝ่ายปกครอง

                       หรือต ารวจที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือตามที่เห็นสมควรได้
   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38