Page 29 - 21908
P. 29

ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ   2-13



                       2.3 สาระส าคัญเกี่ยวกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า

                       ด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.2560 (ส านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ,
                       2563)

                              (1) องค์ประกอบของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

                       พ.ศ. 2560 มีทั้งหมด 67 มาตรา ประกอบด้วย
                                     (1.1) บททั่วไป มาตรา 1 – มาตรา 7

                                     (1.2) หมวด 1 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาตรา 8 – มาตรา 32
                                     (1.3) หมวด 2 การด าเนินการตามหน้าที่ของคณะกรรมการ มาตรา 33 – มาตรา 46

                                     (1.4) หมวด 3 ส านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาตรา 47 – มาตรา 58
                                     (1.5) หมวด 4 บทก าหนดโทษ มาตรา 59

                                     (1.6) บทเฉพาะกาล มาตรา 60 – มาตรา 67

                              (2) ความหมายของค าว่า “สิทธิมนุษยชน”
                                     พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 4 ได้ก าหนดนิยามค าว่า “สิทธิมนุษยชน”

                       หมายความว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคล บรรดาที่ได้รับการรับรอง

                       หรือคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย หรือตามหนังสือสัญญาที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีที่
                       จะต้องปฏิบัติตาม

                              (3) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
                                     (3.1) องค์ประกอบ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม

                                     พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 8 ก าหนดให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
                       แห่งชาติประกอบด้วยกรรมการฯ จ านวน 7 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามค าแนะน าของวุฒิสภาจากผู้

                       เป็นกลางทางการเมือง และมีความรู้และประสบการณ์ด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเป็นที่

                       ประจักษ์ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี ในด้านดังต่อไปนี้อย่างน้อยด้านละ 1 คน แต่จะเกินด้านละ 2 คนไม่ได้

                                            (1) มีประสบการณ์ในการท างานด้านสิทธิมนุษยชนต่อเนื่องกัน
                                            (2) มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการสอนหรือท างานวิจัยเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนใน

                       ระดับอุดมศึกษา
                                            (3) มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนทั้งภายในประเทศ

                       และต่างประเทศที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ
                                            (4) มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารงานภาครัฐที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและ

                       คุ้มครอง สิทธิมนุษยชน
                                            (5) มีความรู้และประสบการณ์ด้านปรัชญา วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของไทย

                       เป็นที่ประจักษ์ที่จะยังประโยชน์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33   34