Page 24 - 21908
P. 24

ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ   2-8



                              2.1.3 ความเป็นมาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชุดที่สาม (ชุดปัจจุบัน)

                              โดยที่ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เรื่อง การ
                       สิ้นสุดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก าหนดให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

                       สิ้นสุดลง ยกเว้นหมวด 2 และให้องค์กรอิสระ องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช

                       2550 ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป  ประกอบกับประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 48/2557 ลงวันที่
                       29 พฤษภาคม 2557 เรื่อง การสรรหาบุคคลเพื่อด ารงต าแหน่งแทนต าแหน่งที่ว่าง ก าหนดว่า ในกรณีที่

                       จ าเป็นต้องสรรหาผู้ด ารงต าแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแทนต าแหน่งว่าง  ให้ด าเนินการสรรหาผู้
                       ด ารงต าแหน่งดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่เคยด าเนินการสรรหามาแล้ว ตามรัฐธรรมนูญแห่ง

                       ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และหากในการสรรหาดังกล่าวไม่มีผู้ด ารงต าแหน่งใด ซึ่งเป็นต าแหน่งที่
                       ต้องมีในคณะกรรมการสรรหาด้วย ให้คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่  ดังนั้น

                       คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ชุดที่ 3 จึงได้ด าเนินการสรรหาตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว  ซึ่งต่อมา

                       พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามค าแนะน าของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปฏิบัติหน้าที่วุฒิสภา โดยทรงมี
                       พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2558  ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

                       แห่งชาติ (กสม.) ชุดที่ 3 เข้ารับหน้าที่เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2558  โดยมีวาระการด ารงต าแหน่ง 6 ปี นับ

                       แต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง ด ารงต าแหน่งได้เพียงวาระเดียว และจะครบวาระการด ารงต าแหน่งในวันที่
                       19 พฤศจิกายน 2564

                                      ต่อมารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 130 (10) มาตรา 246 มาตรา
                       247 และมาตรา 267 บัญญัติให้มีการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิ

                       มนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 เพื่อก าหนดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การสรรหา การพ้นจากต าแหน่ง หน้าที่
                       และอ านาจ ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการสิทธิ

                       มนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ประกอบด้วยกรรมการจ านวน 7 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามค าแนะน า

                       ของวุฒิสภาจากผู้ซึ่งได้รับการสรรหา มีวาระการด ารงต าแหน่ง 7 ปี และด ารงต าแหน่งเพียงวาระเดียว โดยใน
                       ระยะต่อมามีการทยอยลาออกของกรรมการสิทธิมนุษยชนจนเข้าสู่ภาวะที่คณะกรรมการฯ ที่เหลือไม่สามารถ

                       ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เนื่องจากเหลือกรรมการไม่ถึงกึ่งหนึ่งของคณะกรรมการทั้งหมด จึงอาศัยอ านาจตาม
                       พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 60 วรรค

                       สาม ประกอบมาตรา 22 ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุด ได้ร่วมกันแต่งตั้งให้บุคคลซึ่งมี

                       คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท าหน้าที่แทนผู้ปฎิบัติ
                       หน้าที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นการชั่วคราว รวม 4 คน รายนามคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

                       แห่งชาติ และรายนามผู้ท าหน้าที่แทนผู้ปฏิบัติหน้าที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชุดที่สาม ดังภาพ 2-3
   19   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29