Page 21 - 21908
P. 21
ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 2-5
2.1.2 ความเป็นมาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชุดที่ 2 (25 มิถุนายน 2552 - 19
พฤศจิกายน 2558)
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ชุดที่ 2 จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร
ไทย พุทธศักราช 2550 (ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2550) มาตรา 256 ประกอบด้วย ประธาน
กรรมการ 1 คน และกรรมการอื่นอีก 6 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามค าแนะน าของวุฒิสภา มีวาระ
การด ารงต าแหน่ง 6 ปี และด ารงต าแหน่งได้เพียงวาระเดียว กสม. ชุดที่ 2 ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้า
ฯ แต่งตั้งเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2552 ซึ่งครบวาระการด ารงต าแหน่งในวันที่ 24 มิถุนายน 2558
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้บัญญัติเกี่ยวกับคณะกรรมการสิทธิ
มนุษยชนแห่งชาติไว้ในมาตรา 256 มาตรา 257 และมาตราที่เกี่ยวข้องแตกต่างไปจากที่รัฐธรรมนูญ 2540
บัญญัติไว้ในประการที่ส าคัญ ดังนี้
(1) สถานะองค์กรรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้แบ่งองค์กรตาม
รัฐธรรมนูญเป็น 2 ประเภท ประเภทแรก คือ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 4 องค์กร คือ คณะกรรมการการ
เลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการตรวจ
เงินแผ่นดิน และอีกประเภทหนึ่ง คือ องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ 3 องค์กร คือ องค์กรอัยการ คณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ส่วนรัฐธรรมนูญ 2540 มิได้ก าหนดไว้
อย่างชัดเจนเช่นนี้
(2) องค์ประกอบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ก าหนดให้คณะกรรมการสิทธิ
มนุษยชนแห่งชาติมีจ านวนลดลง จากเดิมที่มีรวมทั้งสิ้น สิบเอ็ดคนให้เหลือเพียงเจ็ดคน ประกอบด้วยประธาน
กรรมการหนึ่งคน และกรรมการอื่นอีกหกคน
(3) กระบวนการสรรหา และการเลือกกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คณะกรรมการสรรหา
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีจ านวนเจ็ดคน ประกอบด้วยประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้น าฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร บุคคลซึ่งที่ประชุม
ใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือกจ านวนหนึ่งคน และบุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคัดเลือกจ านวน
หนึ่งคน ท าหน้าที่สรรหาและคัดเลือก กสม. จ านวนเจ็ดคน ด้วยมติที่มีการลงคะแนนโดยเปิดเผยและมีคะแนน
ไม่น้อยกว่าสองในสามของจ านวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ แล้วเสนอรายชื่อผู้ได้รับเลือกพร้อมความยินยอม
ของผู้นั้นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้วุฒิสภามีมติให้ความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงข้างมาก โดยวิธีลงคะแนนลับ
จะเห็นได้ว่ากระบวนการสรรหาและการเลือก กสม. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2550 แตกต่างจาก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ทั้งในขั้นตอนของ
คณะกรรมการสรรหา คือองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา วิธีการสรรหาและคัดเลือก รวมทั้งจ านวนผู้

