Page 49 - kpi20761
P. 49
48
ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอย่างไทย
จนกระทั่งมีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติช่วยอาชีพและวิชาชีพ ฉบับที่ ๑
และฉบับที่ ๒ ในปี ๒๕๘๔ และปี ๒๕๘๕ ตามล�าดับ ด้วยการก�าหนด
อาชีพที่เกี่ยวกับเอกลักษณะเฉพาะของประเทศและวัฒนธรรมไทย เช่น
การหล่อพระพุทธรูป การท�านา ฯลฯ ไว้ให้แต่คนสัญชาติไทยเท่านั้น
ที่สามารถประกอบได้ ครั้นต่อมาอีกเกือบ ๑๕ ปีกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ได้ถูก
ยกเลิกและแทนที่ด้วยกฎหมายการท�างานของคนต่างด้าวฉบับใหม่ชื่อว่า
พระราชบัญญัติสงเคราะห์อาชีพแก่คนไทย พ.ศ. ๒๔๙๙ โดยกฎหมาย
ฉบับใหม่นี้ได้ก�าหนดอาชีพสงวนเพิ่มขึ้นเป็น ๑๗ อาชีพ อีกทั้งก�าหนด
สัดส่วนลูกจ้างคนงานไทยกับลูกจ้างคนงานต่างด้าวที่สถานประกอบการ
จะจ้างได้ในกิจการหนึ่ง หรือกล่าวโดยง่ายก็คือการประกอบกิจการ
ในประเทศไทยนั้นจะมีแต่แรงงานต่างด้าวเพียงอย่างเดียวหรือเป็น
ส่วนใหญ่ไม่ได้ คนงานในสถานประกอบการแต่ละแห่งอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง
(ร้อยละ ๕๐) ต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย ต่อมาอีก ๑๕ ปี กฎหมายฉบับนี้
ก็ถูกแทนที่โดย ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๒๒ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม
๑๕๑๕ โดยการเพิ่มอาชีพต้องห้ามที่สงวนไว้เฉพาะคนไทยเป็น ๓๙ อาชีพ
และก�าหนดให้ต่างด้าวที่จะท�างานในประเทศไทยได้นั้นต้องได้รับอนุญาต
ในทุกกรณี อันถือเป็นหลักการพื้นฐานของกฎหมายเกี่ยวกับการท�างาน
ของคนต่างด้าวปัจจุบัน
พระรำชบัญญัติกำรท�ำงำนของคนต่ำงด้ำว... อย่างไรก็ตาม
หลังจากประกาศของคณะปฏิวัติมีผลบังคับใช้ได้ไม่นานนักก็ได้รับการพัฒนา
ปรับปรุงและยกระดับขึ้นเป็นกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติชื่อว่า
พระราชบัญญัติการท�างานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๒๑ โดยยังคงรักษา
หลักการและกลไกต่างๆ ที่ปรากฏใน ปว. ๓๒๒ ไว้ หากแต่มีการเพิ่มเติม
เงื่อนไขที่ยินยอมให้ต่างด้าวซึ่งต้องห้ามอยู่ในประเทศหากแต่อยู่ใน
inside_ThLabourLaw_c1-2.indd 48 13/2/2562 16:24:08