Page 390 - kpi17968
P. 390
379
นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าแม้ตัวบทกฎหมายจะยอมให้เสียง
ข้างมาก สามารถผ่านร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ แต่ยังมีอีกหลักหนึ่งกำกับ
ไว้นั้นคือ หลักนิติธรรม
นั่นคือ ศาลรัฐธรรมนูญวางหลักว่าหลักนิติธรรมเป็นหลักพื้นฐานที่สำคัญ
ที่อยู่เหนือบทบัญญัติที่เป็นลายลักษณ์อักษร
การที่องค์กรหรือสถาบันการเมืองที่เป็นผู้ใช้อำนาจรัฐมักจะอ้างอยู่เสมอว่า
ตนมาจากการเลือกตั้งของประชาชน และเป็นตัวแทนของประชาชน การนำ
แนวคิดเรื่องเสียงข้างมากแค่ประเด็นเดียวมาปฏิบัติหาใช่วิธีการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยที่มีความมุ่งหมายเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยส่วนรวม
ภายใต้หลักนิติธรรมหรือไม่ เนื่องจากประชาธิปไตยมิได้หมายถึงเพียงการได้รับ
เลือกตั้งหรือชนะการเลือกตั้งของฝ่ายการเมืองเท่านั้น เพราะเสียงส่วนใหญ่ของ
การเลือกตั้งมีความหมายเพียงสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนผู้มีสิทธิ
เลือกตั้งในแต่ละครั้งเท่านั้น หาใช่เป็นเหตุให้ตัวแทนใช้อำนาจได้โดยไม่ต้องคำนึง
ถึงความถูกต้องและชอบธรรมตามหลักนิติธรรมแต่อย่างไร
นั่นหมายความว่า เสียงข้างมากใช่ว่าจะตัดสินได้ทุกอย่างและมีอีกหลักหนึ่ง
ที่กำกับการใช้เสียงข้างมากคือหลักนิติธรรม
หลักนิติธรรมสูงกว่ากฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษร และในระบบ
กฎหมายมหาชน จึงมีคำสอนว่า กฎหมายมหาชนยังคงเป็นกฎหมายที่มีพลวัตร
ความสำคัญจึงอยู่ที่องค์กรที่ใช้กฎหมายมหาชนจะเป็นผู้ตีความและสร้างหลัก
กฎหมายมหาชนในโอกาสต่อๆ ไป ดังนั้นในปี 2556 ศาลรัฐธรรมนูญจึงได้
พยายามขยายความ วางความหมายและสถานะของหลักนิติธรรมให้สูงกว่า
กฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษร
คำวินิจฉัยฉบับที่ 4 ปี 2556 ประเด็นบทสันนิษฐานความผิด ปกติ
นิติบุคคลเมื่อกระทำผิด กฎหมายไทยประมาณร้อยกว่าฉบับมักจะเขียนด้วย
ถ้อยคำเดียวกันว่า ถ้านิติบุคคลทำผิดให้กรรมการ ผู้จัดการ ต้องรับผิด
เช่นเดียวกันกับนิติบุคคล ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยว่าการบัญญัติกฎหมาย
การประชุมกลุมยอยที่ 3