Page 391 - kpi17968
P. 391
380
เช่นนี้ไปขัดกับหลักนิติธรรม เพราะภายใต้หลักนิติธรรมนั้น การพิสูจน์ความผิด
เป็นหน้าที่ของรัฐต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้ต้องหามีการกระทำ แต่การบัญญัติ
กฎหมายลักษณะดังกล่าว เป็นการสันนิษฐานให้ตัวแทน ผู้จัดการทั้งหลายของ
นิติบุคคลต้องรับผิดโดยอัตโนมัติหากนิติบุคคลทำผิด ไม่สอดคล้องกับหลัก
นิติธรรม อันนี้เป็นการใช้เสริมหลักที่มีอยู่แล้ว เพราะในรัฐธรรมนูญไทยจะมี
บทบัญญัติอยู่เสมอว่า คนทุกคนได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมี
คำพิพากษาอันถึงที่สุดตัดสินว่าเป็นผู้กระทำความผิด ในคำวินิจฉัยนี้จึงเป็นเพียง
แค่การใช้หลักนิติธรรมมาเสริมถ้อยคำที่มีอยู่อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
จากการสำรวจการตรีความหลักนิติธรรมของศาลปกครอง ยังไม่พบว่ามี
ตีความอย่างไร แต่ศาลปกครองก็เคยตัดสินในหนึ่งคดีไว้ว่า การกระทำทาง
ปกครองหรือคำสั่งทางปกครองเป็นการกระทำโดยกำหนด อาศัยเหตุผลทางด้าน
ลักษณะของงานประกอบความแตกต่างในสาระสำคัญในหลักสูตรการศึกษามา
เป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือกจึงตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักนิติธรรมมิได้มี
ลักษณะเหลื่อมล้ำหรือเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองยังไม่วินิจฉัยอย่างชัดเจนและตีความว่า
หลักนิติธรรมจะเป็นอย่างไร แต่หากถามว่าในศาลปกครองมีการอ้างหลักนิติธรรม
เยอะหรือไม่ พบว่าผู้ที่อ้างหลักนิติธรรมมากที่สุดคือผู้ฟ้องคดี ซึ่งคือเอกชนหรือ
ประชาชนทั่วไปที่ต้องเป็นผู้รับคำสั่งต่างๆ มักจะฟ้องโดยอ้างเหตุว่าการใช้อำนาจ
ของเจ้าหน้าที่รัฐขัดต่อกฎหมายมาตรา ต่างๆ ตลอดจนขัดต่อหลักนิติธรรม เป็น
ถ้อยคำคลาสลิคของทนายในคดีปกครองยุคปัจจุบัน แต่ส่วนใหญ่ศาลปกครอง
สูงสุดไม่ได้หยิบยกมาคดีนั้นขัดต่อหลักนิติธรรมหรือไม่
ส่วนการตีความเรื่องหลักนิติธรรมของศาลยุติธรรมนั้น เคยปรากฏใน
คำพิพากษาปี 2541 ซึ่งเป็นปีที่เรายังไม่มีคำว่าหลักนิติธรรมปรากฏ ในการสู้คดี
ของศาลยุติธรรมซึ่งเป็นศาลที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศก็มีการยกหลักนิติธรรมขึ้นสู้
ตั้งแต่ก่อนปี 2550 ตัวอย่างเช่น มีคนยื่นอุทธรณ์ เพราะศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์
ลงโทษต่ำไป อัยการที่ยื่นฎีกาบอกว่าถ้าไม่ลงโทษให้หนักผู้ที่เสพยาเสพติดจะไปทำ
ผิดเพิ่มเติม ศาลก็พิพากษาว่า เป็นการคาดหมายเอาเอง เพราะตัวจำเลยยังไม่ได้
การประชุมกลุมยอยที่ 3