Page 388 - kpi17968
P. 388
377
สำหรับผู้ยึดอำนาจที่ตั้งคณะกรรมการฯ จึงมีเพียงอำนาจในการสอบสวน
แต่ ไม่ให้อำนาจการยึดทรัพย์ มีการยกขึ้นเป็นประเด็นในศาลรัฐธรรมนูญว่า
คตส.เช่นนี้คัดต่อหลักนิติธรรมหรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยว่า ไม่ขัด
รัฐธรรมนูญ เพราะคณะกรรมการฯ มีอำนาจในการสอบสวนประดุจดังการ
แบ่งงานของ ปปช. หรือ ปปง.
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าสิ่งใดขัดต่อหลักนิติธรรมหรือไม่
ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาว่า ในเจตนาที่ตรากฎหมายในเรื่องนั้นๆ มีอะไรเป็น
พิเศษหรือไม่ และในคดีแรกศาลใช้ถ้อยคำว่า “การตราพระราชบัญญัตินี้เป็นที่
ประจักษ์ชัดแก่สุจริตชนทั่วไปว่ามิได้มีเจตนาซ่อนเร้นไปในทางมิชอบหรือเพื่อการ
แกล้งบุคคลใด เป็นการใช้อำนาจนิติบัญญัติที่อยู่ในกรอบแห่งความจำเป็นและ
พอเหมาะพอควรแก่กรณีทั้งมิได้มีผลกระทบต่อการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล
แต่ประการใด พระราชบัญญัติฉบับนี้จึงไม่มีส่วนใดที่ไปขัดหรือแย้งต่อ
หลักนิติธรรม”
ทุกท่านจะพบอย่างหนึ่งว่า หลักนิติธรรม แพร่หลายไปในแต่ละประเทศ
ทั่วโลกแต่ในการนำไปใช้แต่ละประเทศนั้น หลักนี้จะใช้เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น
ในประเทศอังกฤษที่เป็นต้นกำเนิดหลักนิติธรรม ประเทศอังกฤษมีหลักที่ว่าคนทุก
คนไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือคนธรรมดาทำผิดเวลาถูกฟ้องภายใต้หลักนิติธรรม
ต้องถูกฟ้องภายใต้ศาลเดียวกันเท่านั้น ดังนั้นในประเทศอังกฤษจึงมีศาลยุติธรรม
แต่เพียงศาลเดียว ตัดสินคดีทุกอย่าง
หากถามว่าประเทศไทยมีหลักนิติธรรม หรือไม่ เราก็มี แต่ของเราใช้ระบบ
ศาลคู่ กล่าวคือ เรามี 4 ศาล คือ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ศาลยุติธรรม
และศาลทหาร ถามว่าศาลยุติธรรมของไทยกับอังกฤษเหมือนกันหรือไม่ใน
ประเด็นนี้ คำตอบคือ ไม่เหมือนกัน เมื่อเวลานำมาปรับใช้ในแต่ละประเทศจะมี
ความแตกต่างกัน แต่ตัวอย่างการตีความของศาลรัฐธรรมนูญไทยหากเจาะลงไป
ถึงที่มาที่ไปของเรื่องก่อนที่จะวินิจฉัยว่าสิ่งนั้นขัดต่อหลักนิติธรรมในภาษาของ
นักกฎหมายเราเรียกหลักนิติธรรมว่าเป็นบทกฎหมายยุติธรรม เปิดให้ศาลใช้
ดุลยพินิจในการวินิจฉัยได้ค่อนข้างกว้างแต่ศาลต้องใช้อย่างมีเหตุมีผล
การประชุมกลุมยอยที่ 3