Page 392 - kpi17968
P. 392
381
ทำผิด จำเลยทำผิดแค่มียาเสพติดในครอบครอง ดังนั้นโทษที่ศาลจะลงโทษคือมี
เพียงการมียาเสพติดในครอบครอง ส่วนการคาดการณ์ว่าจำเลยจะไปกระทำผิด
เป็นการคาดการณ์ที่ไกลเกินไปขัดต่อหลักนิติธรรม
ปัจจุบัน ศาลยุติธรรมยังไม่ค่อยยกหลักนิติธรรมขึ้นอ้าง แต่ผู้ฟ้องคดีจะอ้าง
ว่าการกระทำของรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมายและขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่ว่าจะเป็น
กรณีที่โจทก์ฟ้องว่าเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดและเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี
2516 มีคนบางกลุ่มรวมตัวสร้างความวุ่นวายเรียกร้องรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไข
สถานการณ์ให้สงบเรียบร้อยโจทก์ได้ลาออกจากตำแหน่ง จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็น
รัฐมนตรีสืบต่อจากโจทก์อาศัยอำนาจตามมาตรา 17 แห่งธรรมนูญการปกครอง
ไทย ปี 2515 ออกคำสั่งอายัดทรัพย์สินของโจทย์ทั้งสอง และออกคำสั่งให้
ทรัพย์สินทั้งหมดที่ถูกอายัดตกเป็นของรัฐ ให้จำเลยที่ 1 ตั้งคณะกรรมการเพื่อ
ปฏิบัติตามคำสั่งและเป็นผู้วินิจฉัยคำร้องที่โดนยื่นขอคืน แต่บอกว่าเป็นของรัฐโดย
มิชอบไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของมาตรา 17 ขัดแย้งต่อมาตรา 22 นอกจากนั้น
ยังฝ่าฝืน ขัดแย้งต่อข้อกฎหมายและหลักนิติธรรม เป็นการกล่าวว่าการใช้อำนาจ
รัฐขัดต่อหลักมาตราต่างๆ และกล่าวในตอนท้ายว่า ขัดต่อหลักนิติธรรม
คำฟ้องเหล่านี้ยังมีอีกมาก แต่ไม่ปรากฏว่าศาลยุติธรรมในอดีตได้วินิจฉัยว่า
ขัดหรือไม่ขัดต่อหลักนิติธรรมเป็นเพียงการยกของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยกอ้าง
ขึ้นสู้ แต่ศาลไม่ได้พิพากษา
ถ้าหากพิจารณาจากหัวข้อห้องย่อย คือ “การตีความ ขอบเขตอำนาจและ
การถ่วงดุล” จะพบว่า สองคำหลังนี้ค่อนข้างยาก เนื่องจาก จะมีขอบเขตการ
ตีความคำว่า หลักนิติธรรมอย่างไร ต้องตั้งต้นก่อนว่า หลักนิติธรรมในทาง
กฎหมาย เราเรียกว่าเป็นตัวบทกฎหมายที่ยุติธรรม หากจะยกตัวอย่างที่คุ้นเคย
เช่น การใดก็ตามในกฎหมายแพ่ง ข้อตกลงใดก็ตามที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย
และศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นท่านว่าตกเป็นโมฆะ ตัวอย่าง สัญญาจ้าง
5
คนมาเป็นอนุภรรยา กับสัญญาจ้างคนให้เลิกเป็นอนุภรรยา นักกฎหมายจะบอก
ว่าจ้างมาเป็นเท่ากับส่งเสริมให้มีมากภรรยา ข้อสัญญานี้เท่ากับขัดต่อความสงบ
5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150
การประชุมกลุมยอยที่ 3