Page 394 - kpi17968
P. 394

383




                   รัฐธรรมนูญปี 2540 หากรัฐมนตรีต้องคำพิพากษาให้จำคุก แต่ศาลยุติธรรม

                   ตัดสินว่า ให้รอลงอาญา ขณะที่บทบัญญัติรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า รัฐมนตรีต้องพ้น
                   จากตำแหน่งเมื่อต้องคำพิพากษาให้จำคุก ประเด็นปัญหาในคดีนั้นคือ ศาลพิพากษา
                   ให้จำคุกแต่รอลงอาญา ในเจตนารมณ์การยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 บันทึก

                   เจตนารมณ์ชัดเจน ท่านพงษ์เทพ เทพกาญจนา เป็นกรรมาธิการยกร่าง
                   รัฐธรรมนูญ ชี้แจงว่า รัฐธรรมนูญเป็นหน้าตาแห่งรัฐ เมื่อมีรอยด่างก็ต้องลักษณะ
                   ให้จำคุก แม้รอลงอาญา ต้องพ้นจากตำแหน่ง แต่ปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญ

                   ไม่เห็นด้วย ศาลรัฐธรรมนูญตีความบนพื้นฐานของกฎหมายอาญาว่าคำว่าจำคุก
                   หมายถึงต้องจำคุกแล้วจริงๆ เท่านั้นจำคุก แต่รอลงอาญา รัฐมนตรีท่านนั้นยังไม่
                   ต้องพ้นจากตำแหน่ง ต่อมาเมื่อมีการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 มีการแก้ไข

                   บทบัญญัติเรื่องการพ้นจากตำแหน่งเพื่อกลับแนวบรรทัดฐานเดิมของรัฐธรรมนูญ
                   โดยบัญญัติว่า รัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งเมื่อต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้
                   รอลงอาญา อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่ตีความ แต่องค์กรอื่นไม่เห็นด้วย

                   สามารถใช้ช่องทางในการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อถ่วงดุลศาลรัฐธรรมนูญได้ อีกทั้ง
                   รัฐธรรมนูญ กระบวนการที่จะถ่วงดุลถูกบังคับแล้วโดยให้ศาลรัฐธรรมนูญ
                   ศาลเดียว ที่ตุลาการทุกคนจะต้องทำคำวินิจฉัย ในยุคปัจจุบันคือ ตุลาการ

                   ศาลรัฐธรรมนูญ 9 ท่านต้องจัดทำคำวินิจฉัยส่วนตน ต้องประกาศในราชกิจจา-
                   นุเบกษา ให้สังคมเป็นผู้ตรวจสอบว่าท่านใดตีความหลักนิติธรรมเกินกว่าที่ควร
                   จะเป็น


                         ดังนั้น 2 คำนี้จะยากมากที่จะบอกว่าจะมีขอบเขตอย่างไร การถ่วงดุล
                   อย่างไร จุดสำคัญในความเห็นคือหลักนิติธรรมยังเป็นหลักที่ยุติธรรม ต้องเปิด

                   ทางไว้ หากเป็นหลักนิติธรรมที่เปิดทางให้องค์กรตุลาการตีความ เป็นการตีความ
                   เพื่อจำกัดอำนาจรัฐ แตกต่างจากบทบัญญัติอื่นที่ให้อำนาจรัฐ หากบทบัญญัติใดให้
                   อำนาจรัฐในลักษณะดุลยพินิจมากเกินไป ก็เสี่ยงต่อการใช้อำนาจโดยมิชอบ เช่น

                   เรื่องแอลกฮอล์ มีประกาศสำนักนายก ห้ามสถานบริการขายเครื่องดื่มใน
                   รัศมี 300 เมตร จากอาชีวะและอุดมศึกษา ประกาศฉบับนี้ลงนามโดยท่าน
                   นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2558 ปรากฏว่าผู้ประกอบการทั้งหลาย

                   ไม่เห็นด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นคือ แม้ท่านนายกเซ็นแล้วแต่ไม่มีการประกาศในราชกิจจา-







                                                                     การประชุมกลุมยอยที่ 3
   389   390   391   392   393   394   395   396   397   398   399