Page 84 - 21908
P. 84
ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 4-28
(2) ควรมีการเสนอต่อรัฐสภาให้มีการแก้ไข เรื่อง การระบุจ านวนและคุณสมบัติของผู้ที่จะ
ด ารงต าแหน่ง กสม. ตามความของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และ ตามมาตรา 8
ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.2560 โดยควร
พิจารณาก าหนดจ านวนและคุณสมบัติโดยอิงตามประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เป็นสากลและสอดคล้องกลับ
บริบทและสภาพปัญหาของประเทศไทย เช่น สิทธิชุมชน สิทธิด้านสิ่งแวดล้อม สิทธิเด็ก สิทธิทางการเมือง สิทธิ
ผู้พิการ สิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นต้น ซึ่งเมื่อได้ภาพรวมที่ครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิแล้ว อาจน ามาจัดกลุ่ม
เพื่อก าหนดจ านวนของ กสม. ตามกลุ่มประเด็นให้เกิดความเหมาะสม
(3) ควรมีการก าหนดกลไกการท างานในระดับย่อยจากส่วนกลาง เช่น ระบบอนุกรรมการ/
คณะท างานสิทธิมนุษยชนระดับจังหวัด/ภาค ในการพิจารณาประเด็นปัญหาการถูกละเมิดสิทธิของประชาชน
ในระดับพื้นที่ เพื่อท าให้กลไกการแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย กสม. จะต้องดูแลรับผิดชอบ
งบประมาณและจัดสรรบุคลากรลงไปร่วมท างานในพื้นที่ด้วย
4.3.2 แนวทางการส่งเสริมบทบาทและประสิทธิภาพในการด าเนินงาน
(1) ควรมีการก าหนดให้มีส านักงาน กสม. ระดับจังหวัดหรือภูมิภาคเป็นหน่วยงานของตนเอง
มีการจัดสรรงบประมาณและเจ้าหน้าที่ประจ าส านักงานอย่างเพียงพอ เพื่อเป็นหน่วยย่อยที่จะท าหน้าที่
ประสานความร่วมมือกับภาคีต่าง ๆ ทั้งในภาควิชาการ และภาคประชาสังคมในระดับจังหวัดหรือภูมิภาคใน
การท างานร่วมกันกับ กสม. (ยกระดับจากศูนย์ศึกษาและประสานงานด้านสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ) โดยเฉพาะการขับเคลื่อนตามหน้าที่และอ านาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
มาตรา 247 ข้อ 5 ในเรื่องการสร้างเสริมทุกภาคส่วนให้ตระหนักถึงความส าคัญของสิทธิมนุษยชน
(2) ต้องมีการคัดเลือกและพัฒนาบุคลากรในการท างานระดับพื้นที่อย่างเข้าถึงและเข้าใจประชาชน
ปรับเปลี่ยนวิธีการท างานแบบข้าราชการ เพื่อท าให้ประชาชนรู้สึกเข้าถึงได้ง่าย และสามารถเป็นที่พึ่งของ
ประชาชนได้อย่างแท้จริง
(3) ต้องมีการปรับปรุงภาพลักษณ์ของ กสม. ในการท างาน ที่สะท้อนให้ประชาชนได้เห็นว่า กสม. มี
บทบาทส าคัญในการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างไร และสามารถเป็นที่พึงพาของประชาชนได้ โดยต้อง
ก าหนดกลยุทธ์ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของ กสม. และช่องทางการติดต่อกับ กสม. อย่างต่อเนื่อง
เพื่อสร้างการรับรู้และสร้างความเชื่อมั่นในการท างานของ กสม. โดยประสานความร่วมมือกับสื่อมวลชนแขนง
ต่าง ๆ ที่ปัจจุบันมีการสื่อสารผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ที่เป็นสื่อกระแสหลักในสังคมไทย
(4) นอกจากข้อ 3 แล้ว กสม. ต้องท างานร่วมกับสื่อมวลชน สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเข้ามาช่วยเป็น
ช่องทางในการให้ความรู้และสร้างความตระหนักรู้ด้านการปกป้องสิทธิมนุษยชนและการติดตามหรือเป็น
กระบอกเสียงให้กับประชาชนในกรณีที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังจะเห็นได้จากหลายกรณีที่ประสบ

