Page 89 - 21908
P. 89
ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 5-4
เจ้าหน้าที่ของส านักงาน กสม. ขาดความรู้ ความเชี่ยวชาญที่เพียงพอในเรื่องสิทธิมนุษยชน จนส่งผลให้ กสม.
ต้องด าเนินการสรรหาคณะอนุกรรมการที่มีความเชี่ยวชาญในการท างานด้านสิทธิมนุษยชนมาเป็นผู้ช่วยเหลือ
หรือเป็นที่ปรึกษา สะท้อนให้เห็นว่า การแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ไม่ได้ถูกให้ความส าคัญอย่างจริงจัง และยังคงเป็น
ปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ กสม. สามารถท าหน้าที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ
การขาดบุคลากรในเชิงปริมาณก็เป็นอุปสรรคที่ส่งผลกระทบให้การแก้ปัญหาเกิดความล่าช้า ดังกรณีตัวอย่าง
ของการจัดการความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับโรงงานผลิตแป้งมันส าปะหลังที่ปล่อยน้ าเสียลงสู่คลองพระปรง
โดย กสม. จากการศึกษาของ ศิริลดา ผิวหอม และ พันธ์ทิพย์ จงโกรย (2562) ที่พบว่า คณะกรรมการสิทธิ
มนุษยชนแห่งชาติได้ท าหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย และจัดท าข้อเสนอแนะหรือมาตรการ
แนวทางการแก้ไขปัญหา โดยการเสนอต่อหน่วยงานที่มีอ านาจหน้าที่ในการรับผิดชอบประเด็นนั้น เพื่อน าไปสู่
การปฏิบัติตามหน้าที่ของตนเองแล้ว เพียงแต่มีการด าเนินงานที่ล่าช้า เนื่องจากมีข้อจ ากัดของจ านวนบุคลากร
เช่นเดียวกับ ข้อสังเกตที่พบจากงานวิจัยนี้ ในเรื่องที่มาของ กสม. ที่ยังยึดโยงกับประชาชนน้อย รวมทั้ง
กระบวนการสรรหาที่ก าหนดเป็นอุปสรรคที่จะปิดกั้นมิให้ผู้แทนภาคประชาชนได้มีโอกาสในการรับเลือกเข้ามา
เป็น กสม. นั้น ก็นับว่าเป็นปัญหาที่เรื้องรังและเกิดขึ้นมาแล้วตั้งใน กสม. ในรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2550 ซึ่ง
งานของ ภาคภูมิ ฤกขะเมธ (2556) ได้เคยเสนอไว้ว่า กระบวนการสรรหาและการคัดเลือก กสม. ในขณะนั้น
จะก่อให้เกิดปัญหาการขาดบุคคลที่มีประสบการณ์ในการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนจากภาคประชาชนและตัวแทน
จากองค์กรพัฒนาเอกชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นมุมมองและแนวคิดของผู้ร่างกฎหมายที่ไม่แตกต่างไปจากเดิม และ
ในข้อเท็จจริงอาจเป็นเพราะผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2550 และผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ก็มีส่วน
ที่เป็นบุคคลกลุ่มเดียวกันอยู่ด้วย จึงอาจส่งผลต่อการวางหลักคิดในเรื่องนี้ไว้บนฐานเดียวกัน และหากพิจารณา
กรณีที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งการสรรหา กสม. ชุดที่สี่ ที่มีการกล่าวหาว่ามีการล้มกระดานจากความขัดแย้งทาง
การเมือง ตามข้อมูลของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (2562) การเกิดความเคลือบแคลงต่อ
กรณีที่ว่า กระบวนการสรรหาที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจะท าให้ภาคประชาชนเข้ามาเป็น กสม. ได้น้อย จึงมีแนวโน้ม
ที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต
5.2.2 ผลการวิเคราะห์บทบาทและการด าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่พบว่า
การรับรู้ในบทบาทและการด าเนินงานของ กสม.ทั้งในส่วนกลางและระดับพื้นที่ มีค่อนข้างน้อย ประชาชนและ
ภาคประชาสังคมไม่ค่อยเชื่อมั่นในการท างาน และขาดความไว้วางใจในการท าหน้าที่ของ กสม. ซึ่งเป็นการเก็บ
ข้อมูลโดยการสนทนากลุ่มนั้น ให้ผลที่สอดคล้องกับผลการส ารวจในระดับมหภาคของ สถาบันพระปกเกล้า
(2562; 2563; 2564) ที่ด าเนินโครงการส ารวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความพึงพอใจต่อการ
ให้บริการสาธารณะและการท างานของหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่องเป็นประจ าทุกปี ซึ่งส ารวจความคิดเห็น
ของประชาชนกว่าสามหมื่นคน และ จากผลการส ารวจ พ.ศ.2561-2563 สรุปได้ว่า ความเชื่อมั่นของประชาชน

