Page 87 - 21908
P. 87

ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ   5-2



                       ครบถ้วนและบรรลุตามตัวชี้วัดต่าง ๆ ที่ก าหนด แต่กล่าวได้ว่าเป็นความส าเร็จที่ทุลักทุเล ด้วยข้อจ ากัด

                       นานัปการ ทั้งด้านบุคลากร ด้านงบประมาณ ตลอดจนข้อจ ากัดด้านหน้าที่และอ านาจตามกฎหมายใหม่ รวมถึง

                       การไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ก่ออุปสรรค และส่งผลอย่างมีนัยส าคัญต่อภาพลักษณ์ของ

                       กสม. ในเวทีนานาชาติน ามาสู่การถูกลดสถานะความน่าเชื่อถือ รวมทั้งปัญหาเสถียรภาพการท างานของ กสม.ที่

                       เข้าขั้นวิกฤตน ามาสู่การลาออกของ กสม. จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และต้องมีการตั้ง “ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน

                       กสม.” ขึ้นมา เพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า พลวัตรดังกล่าวสะท้อนถึงความไม่แข็งแรงเชิงโครงสร้างและ

                       การขาดประสิทธิภาพในการท างานในฐานะขององค์กรอิสระที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบและการดูแลปกป้อง

                       คุ้มครองสิทธิมนุษยชน



                              ผลการวิเคราะห์บทบาทและการด าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พบว่า การรับรู้

                       ในบทบาทและการด าเนินงานของ กสม.ทั้งในส่วนกลางและระดับพื้นที่ มีค่อนข้างน้อย ประชาชนและภาค

                       ประชาสังคมไม่ค่อยเชื่อมั่นในการท างาน และขาดความไว้วางใจในการท าหน้าที่ของ กสม. โดยสภาพดังกล่าว

                       เกิดจากปัญหาส าคัญอย่างน้อย 3 ข้อ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์เอกสาร คือ (1) กสม. ยังมี

                       การท างานที่อยู่แต่ส่วนกลาง ยึดตามระบบราชการ ไม่กระจายการท างานลงในระดับพื้นที่ จึงท าให้ไม่ได้สัมผัส

                       ประชาชน (2) ขาดการประชาสัมพันธ์ผลการท างานขององค์กร จึงไม่เป็นที่รู้จักของประชาชน ท าให้ไม่สามารถ

                       สร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนได้ตามหน้าที่ที่กฎหมายก าหนดได้มากเท่าที่ควร (3) ข้อจ ากัดในการท าหน้าที่

                       ตามกฎหมาย คือ ท าได้เพียงตรวจสอบและเสนอแนะแนวทางที่เหมาะสมไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่มี

                       อ านาจในการจัดการปัญหาที่ประชาชนมาร้องด้วยตนเอง จึงมีลักษะเป็น “เสือกระดาษ” ในมุมมองของ

                       ประชาชน และในประเด็นความเหมาะสมของกระบวนการสรรหาและคุณสมบัติของ กสม. นั้น ส่วนใหญ่ยังเห็น

                       ว่า กระบวนการสรรหา กสม. ที่มีผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากภาคส่วนที่หลากหลายยังมีความเหมาะสม แต่มี

                       ข้อสังเกตว่าที่มาของ กสม. ยังยึดโยงกับประชาชนน้อย รวมทั้งกระบวนการสรรหาที่ก าหนดเป็นอุปสรรคที่จะ

                       ปิดกั้นมิให้ผู้แทนภาคประชาชนได้มีโอกาสในการรับเลือกเข้ามาเป็น กสม. และควรที่จะมีช่องทางให้ประชาชน

                       หรือผู้แทนจากภาคประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการเลือกบุคคลที่จะมาเป็น กสม. ด้วย นอกจากนี้ยังเห็นว่า

                       จ านวน กสม. อาจจะไม่เพียงพอต่อการท าหน้าที่ โดยต้องการให้พิจารณาจ านวน กสม. เป็นกลุ่มประเด็นด้าน

                       สิทธิมนุษยชน เพื่อให้มีความสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของปัญหามากขึ้น รวมทั้งไม่ควรมีการก าหนด

                       คุณวุฒิทางการศึกษา ในการเป็นเงื่อนไขของผู้มีสิทธิเป็น กสม.


                              แนวทางการส่งเสริมประสิทธิภาพในการด าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่

                       เหมาะสม แบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรก คือ แนวทางการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและกฎหมาย ได้แก่ (1) ต้องมี
   82   83   84   85   86   87   88   89   90   91   92