Page 83 - 21908
P. 83

ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ   4-27



                              4.3.1 แนวทางการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและกฎหมาย


                                     (1) ต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่เอื้อให้ กสม. ท างานในฐานะองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบ
                       การใช้อ านาจรัฐและการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชนได้มากขึ้น หรือ เป็นไปในลักษณะของการ

                       ท าให้ข้อเสนอแนะของ กสม. มีผลบังคับในทางปฏิบัติต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นการปกป้องสิทธิ
                       เสรีภาพของประชาชนมากขึ้น เช่น หากเกิดกรณีที่ กสม. ตรวจสอบและมีข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานแล้ว แต่

                       หน่วยงานนั้นไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร กฎหมายอาจมีข้อก าหนดให้ กสม. สามารถยื่น

                       เรื่องเสนอต่อหน่วยงานนั้นให้มีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงต าแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้ รวมไป
                       จนถึง การแก้ไขกฎหมายในประเด็นที่มีนัยส าคัญต่อการท างานของ กสม. ให้เป็นไปตามหลักการสากล เช่น

                       การเพิ่มหน้าที่และอ านาจให้ กสม. มีอ านาจหน้าที่กึ่งตุลาการที่สามารถด าเนินการไกล่เกลี่ยและประนีประนอม

                       ข้อพิพาทในด้านสิทธิมนุษยชนได้ ซึ่งข้อเสนอนี้สอดคล้องกับกรณีศึกษาผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งราชอาณาจักร
                       สเปน ซึ่งก าหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งราชอาณาจักรสเปนมีอ านาจหน้าที่ทั้งในฐานะองค์กรที่ปรึกษาและ

                       ในฐานะองค์กรที่มีอ านาจกึ่งตุลาการ โดยนอกจากจะสามารถให้ค าปรึกษาหรือค าแนะน าแก่ทั้งภาครัฐและภาค
                       ประชาชนได้แล้ว ยังสามารถรับเรื่องราวร้องเรียนจากประชาชนหรือเรื่องราวร้องเรียนในการขอค าปรึกษาจาก

                       องค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อพิจารณาและด าเนินการช่วยเหลือส่งเรื่องต่อ หรือให้ค าแนะน าแจ้งเตือนไปยัง
                       ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวร้องเรียนได้ อันท าให้สามารถคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลให้

                       เกิดผลจริงได้ในทางปฏิบัติ อีกทั้ง สอดคล้องกับผลการศึกษาเชิงลึกของคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระ

                       ตามรัฐธรรมนูญ วุฒิสภา ที่ได้เชิญผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ มาให้ข้อมูล และโดยเฉพาะข้อมูลจากเอกอัครราชทูต
                       ออสเตรเลียประจ าประเทศไทย ที่ให้ข้อมูลในส่วนหน้าที่ของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติออสเตรเลีย

                       ประกอบกับได้รับทราบจาก กสม. เกี่ยวกับข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการประเมินสถานะ (Sub-

                       Committee on Accreditation: SCA) ภายใต้กรอบความร่วมมือเครือข่ายพันธมิตรระดับโลกว่าด้วยสถาบัน
                       สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (Global Alliance of National Human Rights Institutions: GANHRI) ในรายงาน

                       การพิจารณาประเมินสถานะของ กสม.  เมื่อเดือนธันวาคม 2563 เกี่ยวกับอ านาจหน้าที่กึ่งตุลาการ ซึ่ง SCA ได้
                       อ้างอิงหลักการปารีสและให้ข้อมูลว่าสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสามารถมีหน้าที่และอ านาจครอบคลุมไปถึง

                       การแสวงหาข้อยุติที่น่าเชื่อถือและปรองดอง ผ่านกระบวนการแก้ไขทางเลือก คือ กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อ
                       พิพาทเพื่อยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ ท าให้ข้อพิพาทสามารถยุติลงได้ในเวลาอันรวดเร็วโดยไม่จ าเป็นต้องมีการ

                       ฟ้องร้อง อันเป็นการส่งเสริมให้มีการระงับข้อพิพาทอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน ตลอดจนเป็นการลดภาระของ

                       ประชาชนและลดจ านวนคดีที่ขึ้นสู่ศาล ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิผลในการท างานของสถาบันสิทธิมนุษยชน
                       แห่งชาติ และควรพิจารณายกเลิกบทบัญญัติตามมาตรา 247 (4) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

                       พุทธศักราช 2560 และมาตรา 26(4) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิ
                       มนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.2560 ที่ก าหนดให้ กสม. ต้องชี้แจงและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องโดยไม่ชักช้าในกรณี

                       ที่มีการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยโดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม เพื่อให้ กสม.

                       ท างานด้วยความเป็นอิสระ เป็นต้น
   78   79   80   81   82   83   84   85   86   87   88