Page 81 - 21908
P. 81
ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 4-25
ลงพื้นที่นี่ล าบาก เพราะฉะนั้นกสม.ต้องแบ่งความรู้เป็นด้านต่าง ๆ แล้วเขาจะไปตั้ง
อนุกรรมการของเขา ต้องมีทั้งเชิงฟังก์ชันและเชิงพื้นที่”
(2) “ตอนที่พิจารณา 7 คน เข้าใจว่าลดลงจากเดิม แต่ก่อนมีมากกว่านี้ ตอนลดลง
เราก็ตั้งข้อสงสัย ท าไมลดลงจากเดิม เพราะว่ากรรมการสิทธิฯ ไม่เหมือนกรรมการ
อื่น ๆ กกต. นี่จาก 5 เพิ่มเป็น 7 รวมถึงองค์กรอิสระอื่น ๆ อย่างป.ป.ช. ผมจ า
ไม่ได้ว่าเท่าใด แต่มากกว่า 7 แน่นอน ทีนี้ท าไมคณะกรรมการสิทธิฯมาเหลือ 7 คน
ท าไมลดลง งานมากขึ้นแต่ไปลดคนลง ต้องสิบกว่าคน เพราะว่าหน้างานมันเยอะ”
สนทนากลุ่ม องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้:
ศึกษากรณี กสม. จ.ชลบุรี วันที่ 23 มกราคม 2563
(1) “ผมมองว่ากรรมการสิทธิจ านวน 7 คน ยังน้อยไป ให้เก่งอย่างไรก็รู้ไม่หมด
เพราะฉะนั้นก็ขอให้หลากหลายนิดหนึ่ง และสองที่ผมคิดไว้ กรรมการสามารถตั้ง
อนุกรรมการในแต่ละจังหวัดแต่ละพื้นที่แต่ละเขตอะไรก็แล้วแต่ แต่ให้มันเกิด
กระจาย ซึ่งสามารถท าให้ประชาชนมีโอกาสสูงที่จะเข้าถึงสิทธิเหล่านี้ ที่จะเข้าถึง
กลไกป้องกันเหล่านี้ แต่อันนี้ผมเห็นเขียนไว้แบบกว้างๆ ว่าคุณจะตั้งหรือไม่ตั้งก็ได้
และภารกิจหน้าที่อะไร คุณจะท าอย่างไรก็ได้ คุณจะเขียนหรือไม่เขียนอย่างไรก็ได้
หรือเฉพาะกิจก็ได้ แต่ผมอยากให้มันเป็นระบบ”
สนทนากลุ่ม องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้:
ศึกษากรณี กสม. จ.เชียงใหม่ วันที่ 3 มีนาคม 2563
(1) “ส าหรับในมาตราที่ 9 ผมไม่ค่อยชอบในวงเล็บ 3 เพราะเป็นการก าหนดวุฒิ
ภาวะ วุฒิปริญญาตรีแสดงว่าชาวบ้านที่มีความรู้ที่ไม่ได้จบวุฒิปริญญาตรีก็ไม่สามารถ
เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งได้ ซึ่งมันก็ขัดกับหัวข้อที่ว่าคณะกรรมการสิทธิฯกับประชาธิปไตย
ซึ่งทุกคนย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกันผมว่าวงเล็บ 3 ถ้าตัดได้ก็ควรจะตัด”
(2) “เรื่องของมาตรา 9 ที่มีการก าหนดเรื่องของวุฒิการศึกษา เพราะเราไม่ควรวัด
การเข้าถึงการเข้าใจด้วยวุฒิการศึกษาเท่านั้น เพราะเรื่องของสิทธิมนุษยชนมาเป็น
เรื่องของทุกคนที่เกิดมาที่มีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น มันไม่จ าเป็นที่ต้องจ ากัดวุฒิ
การศึกษา เพราะเอาเข้าจริงสุดท้ายแล้วส่วนมากก็จะเป็นเรื่องของภาครัฐข้าราชการ

