Page 78 - 21908
P. 78
ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 4-22
ในเชิงพื้นที่ ในเชิงวิชาการ ต้องเอาสองอันนี้มาผสมกัน เพราะในเชิงพื้นที่บางทีเขา
โต้เถียง เขาไม่รู้เรื่องปฏิญญาปารีส เขารู้แต่พื้นที่ของเขา อีกคนรู้แต่ปฏิญญาปารีสแต่
ไม่รู้เรื่องพื้นที่ เพราะฉะนั้นต้องผสมกัน”
(2) “มองตามมาตรา 8 ผมมองแล้วก็ปวดใจล่วงหน้าแล้ว อย่างข้อสี่มันเหมือนมีทั้ง
มาตราตั้งไว้รออยู่แล้ว จะต้องมีข้าราชการเกษียณอายุราชการมาเป็น แล้วยิ่งผมมาดู
ระยะเวลาตามวรรคหนึ่งให้นับถึงวันสมัคร ก็คือได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหา
หมายถึงว่า คณะกรรมการสรรหา ผมว่าระบบแบบนี้ ผมมองว่าจะเป็นคนของรัฐ คือ
ผมมองเหมือนที่ว่าคนทั่วไปที่ลงสมัครจะไม่ได้ จะเป็นตุ๊กตาที่เขาตั้งไว้ แล้วเอาคน
ของตัวเองมาเป็นหมดเหมือนที่ผ่านมา ผมพูดได้เลยว่ากรรมการสิทธิฯ ทุกวันนี้
ผลงานดรอปลง ซึ่งมันต่างกับยุคคุณอังคณา ครูแดง ที่สร้างชื่อให้กับกสม.เป็น
อย่างมาก แต่ทุกวันนี้พอครูแดงออก คุณอังคณาออก มันดรอปลง และยิ่งอ่อน
ประชาสัมพันธ์ด้วย ต่อไปวันข้างหน้า กสม. จะเสื่อมสภาพลงเอง”
(3) “ผมว่าพอไปยึดโยงกับตัวปฏิญญาหรือสัญญาที่มันเป็นบริบทที่ไม่เหมือนเรา คือ
บริบทสังคมไทยกับที่มาของคณะกรรมการแล้วก็ตัวคณะกรรมการสรรหาเป็นปัญหา
เยอะเหมือนกัน คณะกรรมการสรรหานี้ไปล็อกที่ตัวนักกฎหมาย ประธานศาลฎีกา
ต่าง ๆ เยอะชัดเจน แล้วก็คณะกรรมการสรรหาก็จะมีส่วนที่ชี้เป็นชี้ตายเยอะมาก
แล้วก็แนวปฏิบัติ ในภาคที่ผ่านมาเราก็เห็นชัดนะว่า คนที่ท างานเรื่องสิทธิมนุษยชน
จริง ๆ ในด้านต่าง ต้องลาออก เพราะว่ามันเป็นผลของบางเรื่อง ที่มันเป็นเรื่อง
องค์กรของกสม.เอง พอมันออกมาเป็นอย่างนี้แล้ว มันกลายเป็นว่าการยึดโยงการ
ท างานที่มันเท่าทันกับสถานการณ์แล้วก็เป็นองค์กรที่เชื่อมกับศาล”
สนทนากลุ่ม องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้:
ศึกษากรณี กสม. จ.ชลบุรี วันที่ 23 มกราคม 2563
(1) “คณะกรรมการสิทธิในสายตาของผมมันคือข้าราชการหน่วยหนึ่งเท่านั้นเอง เป็น
หน่วยราชการหน่วยหนึ่งที่ลอยมาจากไหนก็ไม่รู้มีประธานศาลฎีกา มีคณะกรรมการ
สรรหาก็มีพวกผู้หลักผู้ใหญ่ มีตัวแทนสมาคม ตัวแทนสภาทนายความ มันไม่ได้มีให้
ประชาชนได้เห็นเลยว่า เขาอยากได้คนไหน ไม่มีการมาให้ประชาชนเลือกเลย
แล้วประชาชนก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะไปพึ่ง เพราะว่าเหมือนกรรมการสิทธิไปท างาน
แอบแฝงกับทุกหน่วยงาน”

