Page 90 - 21908
P. 90

ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ   5-5



                       ต่อการท างานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีแนวโน้มถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปีพ.ศ.2561

                       ประชาชนให้คะแนนความเชื่อมั่นในระดับค่อนข้างเชื่อมั่นถึงเชื่อมั่นมากอยู่ที่ร้อยละ 60.6 ถัดมาในปี พ.ศ.2562

                       ลดลงเหลือ ร้อยละ 57.7 และ ในปี พ.ศ. 2563 ลดลงเหลือเพียง ร้อยละ 53.9 ในขณะที่ค่าเฉลี่ยสามปี ยังมี

                       ประชาชนราวร้อยละ 28 ที่ไม่มีความคิดเห็นต่อการท างานหรือไม่รู้จักคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                       สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงจากผลการศึกษาคนละช่วงเวลา แต่ยังคงให้ผลการศึกษาที่คงเส้นคงวาที่สะท้อน

                       ว่า กสม. จ าเป็นต้องแก้ไขเรื่องความเชื่อมั่นและไว้วางใจของสาธารณะชนเป็นการเร่งด่วน


                              5.2.3 ข้อเสนอที่ให้ กสม. ปรับเปลี่ยนวิธีการท างานแบบข้าราชการ และเน้นการสร้างเครือข่ายการ

                       ท างาน ถือเป็นทางออกที่ส าคัญในการแก้ไขปัญหาการท าหน้าที่ของ กสม. ให้มีประสิทธิภาพ ภายใต้ข้อจ ากัด

                       ต่าง ๆ กล่าวคือ เมื่อ กสม. ยังไม่สามารถเพิ่มอัตราก าลังได้ และยังไม่สามารถเพิ่มงบประมาณในการท างานได้
                       การสร้างความร่วมมือจึงเป็นกลไกที่ส าคัญที่สุด ซึ่งนอกจากจะช่วยให้การแก้ปัญหาเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

                       แล้ว ยังท าให้เกิดการแก้ปัญหาในเรื่องอื่นๆ ตามมา เช่น การประชาสัมพันธ์องค์กรต่อประชาชนก็จะมีความ

                       ชัดเจนมากขึ้น คนจะรู้จักมากขึ้น และหากการประสานความร่วมมือนั้น ท าให้เกิดการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม

                       ประชาชนที่รับรู้และติดตามก็จะมีความเชื่อมั่นไว้วางใจต่อ กสม. มากขึ้น ซึ่งข้อเสนอนี้สอดคล้องกับงานวิจัย

                       ของนิยม รัฐอมฤต และอุดม รัฐอมฤต (2562) ที่ได้ศึกษาวิเคราะห์ถึงบทบาทขององค์กรอิสระกับการสร้าง

                       ความสมดุลในระบบการเมือง โดยได้ศึกษาสภาพและพัฒนาการขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแห่ง
                       ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 2550 และ 2560 โดยพบว่า การด าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

                       แห่งชาติ (กสม.) โดยล าพังนั้น ผลักดันให้เห็นผลงานได้ยาก ไม่มีพลังทางสังคมในตัวเองมาก จึงต้องอาศัยการ

                       สนับสนุนจากฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะกลไกจากภาครัฐค่อนข้างมากเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคน

                       ในสังคม และงานของ ศิริลดา ผิวหอม และพันธ์ทิพย์ จงโกรย (2562) ที่เสนอว่า กสม. ควรปรับบทบาทหรือ

                       การวางตัวเพื่อให้ผู้ที่มาร่วมด าเนินการตรวจสอบมีความเชื่อมั่นว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีความ
                       เป็นกลางและพร้อมจะรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายและด าเนินงานด้วยท่าทีที่เป็นมิตรเน้นการขอความร่วมมือ

                       มากกว่าการสั่งการ





                       5.3 ข้อเสนอแนะ

                              5.3.1 ข้อเสนอแนะในการน าผลวิจัยไปใช้


                                     (1)  ข้อมูลในส่วนสนทนากลุ่ม ผู้วิจัยมุ่งให้ความส าคัญกับการเสนอภาพรวมของการการ

                       ด าเนินการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยมิได้จ าแนกว่า เป็นการตอบของผู้ให้ข้อมูลจาก

                       หน่วยงานสังกัดใดอย่างชัดเจน ดังนั้น หากผู้ที่มาศึกษาสนใจว่า ประเด็นปัญหาหรืออุปสรรคในการท างานของ
   85   86   87   88   89   90   91   92   93   94   95