Page 62 - 21908
P. 62
ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 4-6
Human Rights Institutions: The Paris Principles) ต่างไปจากพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งนอกเหนือจากประเด็นดังกล่าวแล้ว ยังมีเรื่องของหน้าที่และอ านาจที่บัญญัติไว้ในเรื่อง
การชี้แจงและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องในกรณีที่มีการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในประเทศ
ไทยโดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรมนั้น ยังไม่สอดคล้องกับหลักการปารีสในประเด็นหลักความเป็นอิสระในการ
ปฏิบัติหน้าที่ด้วย รวมทั้ง กสม. ยังประสบปัญหาความไม่มีเสถียรภาพในการปฏิบัติงาน กล่าวคือ ในช่วงไตร
มาสที่ 3 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 มี กสม. ลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่จนเหลือ 3 คน ซึ่งเป็นจ านวนไม่
ถึงกึ่งหนึ่งของจ านวนคณะกรรมการทั้งหมดที่กฎหมายก าหนดว่าให้มี กสม. จ านวน 7 คน ดังนั้น ผลที่ตามมา
คือ การไม่สามารถด าเนินการประชุมและลงมติเกี่ยวกับการด าเนินงานตามหน้าที่และอ านาจของ กสม. ตรม
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้ เกิดสุญญากาศในการท างานของ กสม. จนท าให้มีเรื่องค้างการพิจารณา
เป็นจ านวนมาก ตลอดจนการถูกลดสถานะของ กสม. จากเอเป็นบี โดยการประเมินของเครือข่ายพันธมิตร
สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติระดับโลก (Global Alliance of National Human Rights Institutions:
GANHRI) โดยเป็นผลจากการที่ กสม. ถูกมองว่ายังไม่ได้ด าเนินการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เคยเสนอแนะอย่าง
เพียงพอและเป็นรูปธรรมในประเด็นการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ความคุ้มกันและ
ความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ และการตอบสนองต่อประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนอย่างทันท่วงที
ส าหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 นั้น การท าหน้าที่ของ กสม. ยังคงประสบปัญหาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง
ในกรณีการถูกลดสถานะของ กสม. ซึ่งได้มีความพยายามประสานความร่วมมือในระดับต่าง ๆ ทั้งกับฝ่ายนิติ
บัญญัติและฝ่ายบริหารเกี่ยวกับประเด็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 247 (4)
และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 26
(4) และมาตรา 44 บัญญัติให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชี้แจงและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องโดยไม่
ชักช้าในกรณีที่มีการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยโดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม
เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป รวมทั้งเรื่องอ านาจในการด าเนินการไกล่เกลี่ยบุคคลหรือ
หน่วยงาน และการได้รับการตอบสนองและความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ในการด าเนินการตาม
ข้อเสนอแนะของ กสม. ซึ่งปัญหาอุปสรรคดังกล่าว ยังถูกซ้ าเติมจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติด
เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ซึ่งแพร่ระบาดไปทั่วโลก ท าให้ขาดความต่อเนื่องในการสร้างความร่วมมือ
กับพันธมิตรในเวทีระหว่างประเทศและการขับเคลื่อนผลจากการเข้าร่วมประชุมตามกรอบความร่วมมือด้าน
สิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากการประชุมถูกเลื่อนออกไป และการลงพื้นที่ท างาน
ของ กสม. ก็มีอุปสรรคจากการต้องปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า
การด าเนินงานของ กสม. ประสบกับปัญหาและอุปสรรคหลายประการที่ส่งผลต่อการท าหน้าที่ของการเป็น
องค์กรอิสระในการตรวจสอบการใช้อ านาจรัฐอย่างมีนัยส าคัญ

