Page 61 - 21908
P. 61
ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 4-5
ทั้งสิ้น 551 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับสิทธิในกระบวนการยุติธรรมจ านวน 147 เรื่อง รองลงมา
คือ เรื่อง การปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม จ านวน 103 เรื่อง และ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 กสม. ได้รับเรื่อง
ร้องเรียน จ านวน 465 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรมมากที่สุด เช่นเดียวกับในปี พ.ศ.
2562 แต่จ านวนเรื่องร้องเรียนเพิ่มสูงขึ้นเป็น 170 เรื่อง รองลงมา คือ เรื่องสิทธิพลเมือง จ านวน 74 เรื่อง ซึ่ง
โดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่ กสม. พิจารณารับไว้แล้วด าเนินการ โดยเป็นไปในลักษณะที่ กสม.ด าเนินการ
ประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหามากที่สุด รองลงมา คือ กสม. รับ
เรื่องไว้เป็นค าร้องและด าเนินการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ในส่วนของปัญหา อุปสรรค และ ข้อเสนอแนะ ที่ กสม. ได้เสนอไว้ในรายงานประจ าปีทั้งสามฉบับนั้น
พบว่า ในปีแรก คือ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 กสม. ยังอยู่ในช่วงที่เพิ่งประกาศใช้กฎหมายใหม่ ดังนั้น ในการ
ปฏิบัติตามหน้าที่และอ านาจตามที่กฎหมายก าหนดจึงยังติดขัดในเรื่องของกลไกการท างานร่วมกับหน่วยงานที่
เกี่ยวข้องตามกฎหมายใหม่ จึงเกิดการไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ กสม. หรือ การส่ง
ข้อมูลต่าง ๆ ที่ทาง กสม. ร้องขอ เป็นไปด้วยความล่าช้า หรือ การให้ความส าคัญต่อการปฏิบัติงานตาม
กฎหมาย กฎ ระเบียบของหน่วยงานของตนเองมากกว่า นอกจากนี้ เมื่อ กสม. ได้มีการเสนอแนะมาตรการ/
แนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนไปยังคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาแล้ว กสม. ได้รับเพียงมติ
รับทราบและการแจ้งว่าได้ประสานไปยังหน่วยงาน/กรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ทราบว่าคณะรัฐมนตรีและ
รัฐสภา มีความคิดเห็นต่อสาระในข้อเสนอต่าง ๆ ของ กสม. อย่างไรบ้าง รวมถึงต้องใช้ระยะเวลาเท่าใดในการ
ด าเนินการและแจ้งเหตุผลให้ทาง กสม. รับทราบ และยังมีประเด็นด้านอัตราก าลังและข้อจ ากัดด้าน
งบประมาณส าหรับการพัฒนาบุคลากรด้วย
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 กสม. ยังคงมีอุปสรรคในข้อจ ากัดด้านงบประมาณส าหรับใช้ในการท า
ตามหน้าที่และอ านาจต่อเนื่องมาจาก พ.ศ. 2561 โดยเฉพาะในเรื่องการสร้างเสริมให้ทุกภาคส่วนของสังคม
ตระหนักถึงความส าคัญของสิทธิมนุษยชน ที่ถูกน าไปรวมกับส่วนของงบประมาณด้านการฝึกอบรมและ
ประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นส่วนที่ได้รับประมาณจ ากัดอยู่แล้ว ท าให้ กสม. ขาดประสิทธิภาพในการด าเนินงานเรื่อง
ดังกล่าว นอกจากนี้ การได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ในการสนับสนุนข้อมูลให้กับ กสม. เพื่อใช้
ประกอบการจัดท ารายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศ ยังคงประสบปัญหา
โดยเฉพาะกรณีที่บางหน่วยงานไม่จัดส่งข้อมูลภายในก าหนดระยะเวลา หรือการไม่ได้รับการตอบกลับในการขอ
ข้อมูล หรือการไม่ส่งผู้แทนของหน่วยงานมาเข้าร่วมการสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายงานผลการ
ประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศ รวมทั้งปัญหาเชิงเทคนิคในแง่ของช่วงเวลาการจัดเก็บ
ข้อมูลของหน่วยงานส่วนใหญ่จะจัดเก็บข้อมูลตามปีงบประมาณ แต่การรายงานผลการประเมินสถานการณ์ฯ
เป็นการรายงานตามปีปฏิทิน ซึ่งส่งผลให้ กสม. ไม่สามารถท ารายงานดังกล่าวให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ได้
นอกจากนี้ กสม. ยังพบกับอุปสรรคในด้านกฎหมาย โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมิได้บัญญัติให้
กสม. มีหน้าที่และอ านาจในการด าเนินการไกล่เกลี่ยบุคคลหรือหน่วยงานไว้ ซึ่งไม่สอดคล้องตามหลักการปารีส
ว่าด้วยสถานะและหน้าที่ของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (The Paris Principles Relating to National

