Page 53 - 21908
P. 53

ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ   3-1



                                                                บทที่ 3



                                                              วิธีการศึกษา




                              การศึกษาองค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิ

                       มนุษยชนแห่งชาติครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ส าคัญเพื่อศึกษาบทบาทและสภาพการด าเนินงานของคณะกรรมการ

                       สิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จากผู้เกี่ยวข้องเพื่อน าเสนอ
                       แนวทางการส่งเสริมประสิทธิภาพในการด าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เหมาะสม โดย

                       ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ มีขั้นตอนและวิธีการศึกษา ดังนี้


                       3.1 รูปแบบและวิธีด าเนินการวิจัย

                              การวิจัยครั้งนี้ใช้การเก็บข้อมูลโดยวิธีการเชิงคุณภาพ แบ่งชุดข้อมูลออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่
                              3.1.1 ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data)

                                      ประชากรเป้าหมาย คือ ผู้ที่เป็นตัวแทนภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสิทธิมนุษยชน
                       ประกอบด้วย (1) ภาควิชาการ ได้แก่ ผู้แทนจากมหาวิทยาลัย นักวิชาการที่สนใจในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน

                       (2) ภาคราชการด้านกระบวนการยุติธรรมและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ได้แก่ ผู้แทนส านักงานอัยการจังหวัด
                       ส านักงานศาล ส านักงานต ารวจภูธร ส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ส านักงาน

                       แรงงานจังหวัด (3) ภาคประชาสังคม ได้แก่ ผู้แทนเครือข่ายภาคประชาชน เครือข่ายองค์กรผู้บริโภค ศูนย์
                       การเมืองภาคพลเมืองสถาบันพระปกเกล้า สื่อมวลชนในพื้นที่ และ (4) ภาคประชาชนที่มีประสบการณ์ในการ

                       ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ศึกษาและ

                       ประสานงานด้านสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 5 จังหวัด ประจ าภูมิภาค
                       ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ (คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) จังหวัดขอนแก่น (คณะนิติศาสตร์

                       มหาวิทยาลัยขอนแก่น) จังหวัดชลบุรี (คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา) จังหวัดเพชรบุรี

                       (คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี) และจังหวัดสุราษฎร์ธานี (คณะนิติศาสตร์
                       มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี) รวมผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น 58 คน โดยใช้การสนทนากลุ่ม เพื่อเปิดโอกาสให้

                       ผู้เข้าร่วมมีโอกาสพูดคุยและแสดงความเห็นได้อย่างอิสระระหว่างผู้วิจัยและผู้เข้าร่วมด้วยกันเอง ซึ่งการเสนอ
                       แนวคิดของผู้หนึ่งจะช่วยไปกระตุ้นแนวคิด ความจ า หรือประสบการณ์ให้แก่ผู้ที่อยู่ในวงสนทนา ท าให้เกิด

                       แนวคิดที่หลากหลายขึ้นระหว่างการสนทนาในลักษณะเป็นลูกโซ่ ซึ่งได้ปรับรูปแบบค าถามจากแบบสอบถามมา
                       อยู่ในรูปแบบของการสนทนา ในขณะเดียวกันผู้ท าวิจัยท าการบันทึกระหว่างการสนทนาที่เกิดขึ้น แบ่งวิธีการ

                       สนทนากลุ่มเป็น 2 รูปแบบ คือ การลงพื้นที่จัดสนทนากลุ่มใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงใหม่

                       และจังหวัดเพชรบุรี และการประชุมออนไลน์ จ านวน 2 ครั้ง ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดสุราษฎร์ธานี
                       (จัดประชุมในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19) ดังภาพ 3-1 และ 3-2
   48   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58