Page 51 - 21908
P. 51
ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 2-35
ปล่อยน้ าเสียลงสู่คลองพระปรง เพื่อวิเคราะห์บทบาทและประมวลปัญหาอุปสรรคในการด าเนินงานจัดการ
ความขัดแย้งของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเพื่อเสนอแนะแนวทางในการลดปัญหาและอุปสรรค
การด าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ รวบรวมข้อมูลจาก
การสัมภาษณ์การวิจัยเอกสารและสรุปผลโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า ความขัดแย้งระหว่าง
ชาวบ้านและโรงงานผลิตแป้งมันส าปะหลัง มี 4 ประเด็น ในด้านข้อมูลเกิดจากการตีความความหมายของ
ข้อมูลที่แตกต่างกันด้านผลประโยชน์เกิดจากการขาดความรับผิดชอบต่อสังคมของโรงงานอุตสาหกรรม ด้าน
สัมพันธภาพ เกิดจากความไม่ไว้วางใจของชาวบ้านต่อโรงงานที่สร้างมลพิษ และด้านโครงสร้าง เกิดจากระบบ
ราชการที่มีขั้นตอนมากโดยปัญหา ด้านสัมพันธภาพถือเป็นปัญหาที่ส าคัญที่สุด ในส่วนของบทบาทของ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการจัดการความขัดแย้ง พบว่า ตามกฎหมายแล้ว คณะกรรมการสิทธิ
มนุษยชนแห่งชาติไม่มีหน้าที่ในการเป็นผู้จัดการความขัดแย้งได้โดยตรง แต่ได้แสดงบทบาทในลักษณะเป็นคน
กลางที่รับข้อร้องเรียนจากชาวบ้าน สาธารณชนคาดหวังว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะเป็นผู้มี
บทบาทหลักในการจัดการความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แต่ในความเป็นจริงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมี
บทบาทหรือหน้าที่ที่ก าหนดไว้ในกฎหมายเพียงการเป็นผู้รับข้อร้องเรียนและตรวจสอบการละเมิดสิทธิ
มนุษยชนเพื่อน าไปสู่การเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ใน
ที่นี้คือ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจากข้อค้นพบของการวิจัยนี้ พบว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้
ท าหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย และจัดท าข้อเสนอแนะหรือมาตรการแนวทางการแก้ไขปัญหา
โดยการเสนอต่อหน่วยงานที่มีอ านาจหน้าที่ในการรับผิดชอบประเด็นนั้น เพื่อน าไปสู่การปฏิบัติตามหน้าที่ของ
ตนเองแล้ว เพียงแต่มีการด าเนินงานที่ล่าช้า เนื่องจากมีข้อจ ากัดของจ านวนบุคลากร
นอกจากนี้ มีข้อเสนอแนะที่ตอบสนองต่อปัญหาและอุปสรรคในการด าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิ
มนุษยชนแห่งชาติในการจัดการความขัดแย้ง คือ 1) ด้านโครงสร้างอ านาจ ควรเพิ่มอ านาจทางกฎหมายที่จะมา
สนับสนุนการด าเนินการตามข้อเสนอแนะหรือมาตรการการแก้ไขปัญหาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติ ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของข้อก าหนดที่เป็นสิ่งจูงใจหรือการสร้างความตระหนักร่วมกันต่อสังคม 2) ด้าน
บุคลากร ควรเพิ่มจ านวนบุคลากรที่รับผิดชอบประเด็นเรื่องสิทธิชุมชนให้เพียงพอและสมดุลกับปริมาณงาน
รวมทั้ง การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดการความขัดแย้งให้แก่บุคลากร 3) ด้านความสัมพันธ์กับหน่วยงาน
ราชการ โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ควรปรับบทบาทหรือการวางตัวเพื่อให้ผู้ที่มาร่วมด าเนินการ
ตรวจสอบมีความเชื่อมั่นว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีความเป็นกลางและพร้อมจะรับฟังข้อมูล
จากทุกฝ่ายและด าเนินงานด้วยท่าทีที่เป็นมิตรเน้นการขอความร่วมมือมากกว่าการสั่งการ และ 4) ด้าน
ระยะเวลาในการด าเนินงาน ควรก าหนดระยะเวลาในด าเนินการตรวจสอบในแต่ละขั้นตอน รวมถึงมีการ
จัดล าดับความส าคัญเร่งด่วนของแต่ละเรื่อง ทั้งนี้เพื่อให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสามารถก าหนด
มาตรการการแก้ไขปัญหาหรือการเยียวยาได้ทันต่อสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน
นิยม รัฐอมฤต และ อุดม รัฐอมฤต (2562) ได้ศึกษาวิเคราะห์ถึงบทบาทขององค์กรอิสระกับการสร้าง
ความสมดุลในระบบการเมือง โดยได้ศึกษาสภาพและพัฒนาการขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 2550 และ 2560 โดยพบว่า การด าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

