Page 97 - b29420_Fulltext
P. 97
มีการใช้เงินเพื่อหาคะแนนเสียงอย่างมาก และสุดท้ายนำไปสู่ความบาดหมางระหว่างผู้สมัครและกองเชียร์ของแต่
ละฝ่ายอันส่งผลกระทบต่อความร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชุมชน แต่เมื่อชุมชนนำเอาโครงการนี้
ไปดำเนินการ สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างแรกคือทุกฝ่ายสนใจและเริ่มเห็นแล้วว่าการเลือกตั้งไม่ใช่การแข่งขันแบบเดิมอีก
ต่อไป ไม่ใช่เอาตัวเงินเป็นหลัก แต่เป็นการแข่งกันทำความดี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งมองเห็นประชาชนใน
วงจรของการเลือกตั้งมากขึ้น ผู้สมัครจะต้องพยายามดำรงตนให้เป็นแบบอย่าง มีคุณสมบัติตามที่ได้มีข้อตกลง
ร่วมกันในชุมชน ผู้สมัครไม่บาดหมางกันในการหาเสียงไม่โจมตีกันแบบเดิม เพราะตกลงกันจะไม่แจกเงิน ซึ่งทำให้
ผู้สมัครเสียค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งลดลงไปอย่างมากและสุดท้ายทำให้ชุมชนไม่แตกแยกภายหลังการ
เลือกตั้ง เนื่องจากไม่มีการโจมตีกันในการหาเสียงและมีการลงทุนทางการเมืองน้อย
การขยายผล
ด้วยความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจึงทำให้ โครงการเลือกตั้งสมานฉันท์และไม่ซื้อสิทธิขายเสียงได้รับความ
สนใจนำไปปฏิบัติต่อในพื้นที่อื่นต่อไป โดยเริ่มต้นจากพื้นที่เป้าหมายอื่นในอำเภอโพนทอง ที่ขยายออกไปจาก
หมู่บ้านนำร่องไปสู่หมู่บ้านข้างเคียง ระหว่างปี 2560-2564 รวมทั้งสิ้นจำนวนทั้งสิ้น 7 หมู่บ้าน แกนนำพลเมือง
อำเภอโพนทอง เล่าบรรยากาศการขยายผลการเลือกตั้งสมานฉันท์และไม่ซื้อสิทธิขายเสียงในอำเภอโพนทองว่า
ภายหลังจากเริ่มดำเนินการนำร่อง 1 หมู่ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้สมัครและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จึงส่งผล
ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่เป็นประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม หมู่บ้านข้างเคียงที่เข้าร่วมรับฟังในเวที
เสวนาและรับรู้การดำเนินโครงการมาโดยตลอดจึงเกิดความสนใจอยากนำการเลือกตั้งสมานฉันท์และไม่ซื้อสิทธิ
ขายเสียงไปดำเนินการกับการเลือกผู้ใหญ่บ้านในหมู่ของตนด้วย ทางผู้นำชุมชนจึงเข้าหารือขอคำปรึกษาจาก
แกนนำพลเมืองอำเภอโพนทอง เพื่อขอให้แกนนำเข้ามาช่วยดำเนินกระบวนการเลือกตั้งสมานฉันท์และไม่ซื้อสิทธิ
ขายเสียงในหมู่บ้านของตนด้วย จึงเป็นโอกาสดีที่แกนนำจะได้ขยายการดำเนินโครงการออกไปอย่างต่อเนื่อง
สมความตั้งใจ
จากนั้น แกนนำพลเมืองอำเภอโพนทองจึงตั้งใจที่จะขยายผลการดำเนินโครงการต่อไปให้ครอบคลุม 7
อำเภอ คิดเป็นร้อยละ 50.5 ของหมู่บ้านทั้งหมดในตำบลสว่าง 13 แห่ง จึงทำการสำรวจผู้ใหญ่บ้านที่จะหมดวาระ
เก็บข้อมูลว่าจะพ้นตำแหน่งช่วงใดและใช้โอกาสก่อนที่ผู้ใหญ่บ้านคนเดิมดำรงตำแหน่งอยู่เข้าหารือพูดคุยถึงความ
เป็นไปได้ในการเลือกตั้งแบบสมานฉันท์ด้วยสันติวิธี การดำเนินการได้รับการยอมรับจากผู้นำชุมชนและผู้สมัครเป็น
อย่างมากเนื่องจากไม่ต้องลงทุนทางการเมืองมากดังแต่ก่อน แต่ในส่วนของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งอาจเกิดการ
ตั้งคำถามอยู่บ้างว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ในหมู่บ้านของตน อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแกนนำพลเมืองด้วยความร่วมแรง
ร่วมใจของผู้นำชุมชน ชาวบ้าน และอาสาสมัครทั้งหลาย ก็ทำให้สามารถจัดเวทีให้ความรู้ในระดับพื้นที่ได้ครบ 7
84

