Page 83 - kpi20440
P. 83

การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า    83
                                                                                         ครั้งที่ 20 ประจำาปี 2561
                                                                               ประชาธิปไตยไทย: ก้าวย่างเพื่อการพัฒนา




                  รัฐบาล ภายใต้หลักการที่ว่า นอกจากการใช้อ�านาจตามบทกฎหมายที่มีอยู่ทั่วไปแล้ว ยังต้องใช้อ�านาจและปฏิบัติ

                  หน้าที่ด้วยความ “ถูกต้องตามหลักนิติธรรม” ด้วยกรณีจึงไม่อาจปฏิบัติตามกฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษร
                  หรือหลักเสียงข้างมากเพียงด้านเดียวเท่านั้น แต่ต้องค�านึงถึงหลักนิติธรรมควบคู่ไปด้วย การอ้างหลักเสียงข้าง

                  มากโดยมิได้ค�านึงถึงเสียงข้างน้อย เพื่อหยิบยกมาสนับสนุนการใช้อ�านาจตามอ�าเภอใจเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
                  ของผู้ใช้อ�านาจ ท่ามกลางความซับซ้อนระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ของประเทศชาติและความ

                  สงบสุขของประชาชนโดยรวม ย่อมจะนาไปความเสียหายของประเทศชาติ หรือการบาดหมางแตกความสามัคคี
                  อย่างรุนแรงระหว่างประชาชน ย่อม “ขัดต่อหลักนิติธรรม” ตาม มาตรา 3 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ 2550”


                          ประเด็นที่สี่ การตรวจสอบการใช้อ�านาจขององค์กรต่าง ๆ ของรัฐให้เป็นไปตามหลักนิติธรรมปรากฏ

                  ในค�าวินิจฉัยตอนหนึ่งว่า “…รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก�าหนดให้มีศาลรัฐธรรมนูญ มีอ�านาจหน้าที่ส�าคัญในการตรวจสอบ
                  และถ่วงดุลการใช้อ�านาจเพื่อให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม ภายใต้หลักการควบคุมความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ

                  กฎหมายอันเป็นปรัชญาของการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่จะให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนที่รัฐธรรมนูญ
                  รับรองไว้ได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการรักษาไว้ซึ่งความเป็นสูงสุดของรัฐธรรมนูญ ดังจะ

                  เห็นได้จากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 216 วรรคห้า ที่ว่าค�าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาดมีผล
                  ผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ ประกอบมาตรา 27 ที่ว่า สิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญ

                  นี้รับรองไว้โดยชัดแจ้งโดยปริยาย หรือโดยค�าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญย่อมได้รับความคุ้มครองและผูกพัน
                  รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐโดยตรงในการตรากฎหมาย

                  การใช้บังคับกฎหมาย และการตีความกฎหมายทั้งปวง…”


                          เมื่อพิจารณาจากค�าวินิจฉัยนี้ พบว่าศาลรัฐธรรมนูญเลือกที่จะกล่าวถึงหลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญ
                  อย่างเป็นนามธรรมยิ่ง ว่าหลักนิติธรรมเป็นหลักการพื้นฐาน ส�าคัญของกฎหมายที่อยู่เหนือบทบัญญัติที่เป็น
                  ลายลักษณ์อักษร และวินิจฉัยในเชิงปฏิเสธว่าการกระท�าใดบ้างที่ศาลเห็นว่าขัดต่อหลักนิติธรรม ท�าการค้นหา

                  การตีความของศาลรัฐธรรมนูญในแง่ทีว่าการปฏิบัติเช่นไรถึงจะเป็นไปตามหลักนิติธรรม อันจะเป็นการอธิบายต่อ

                  ได้ถึงหลักคิดพื้นฐานทางกฎหมายที่ศาลมีต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญว่าเป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือนิติรัฐ
                  เป็นไปได้ยาก ในส่วนนี้จึงต้องรอความกระจ่างจากการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป  31











                  31   หลังจากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้มีค�าวินิจฉัยในคดีที่ 1/2557 ซึ่งเป็นกรณีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร
                  ไทย พ.ศ. 2550 ในมาตรา 190 ศาลมีการวินิจฉัยเรื่องของหลักนิติธรรมอีกครั้ง ซึ่งประเด็นศาลวินิจฉัยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ
                  หลักนิติธรรมนั้นเป็นประเด็นในลักษณะเดียวกันกับที่ได้วินิจฉัยในค�าวินิจฉัยที่ 15-18/2556 ทั้งหมด จึงไม่ได้น�ามาพิจารณาใน
                  ที่นี้ ทั้งนี้ ดูค�าวินิจฉัย ที่ 1/2557 ได้ที่ www.constitutionalcourt.or.th/index.php?option=com_docman&task=cat_
                  view&gid=557&Itemid=94&lang=th
   78   79   80   81   82   83   84   85   86   87   88