Page 5 - รายงานฉบับสมบูรณ์
P. 5
สมดุลระหว่างความชอบด้วยกฎหมายกับประชาธิปไตยไว้ได้ ทั้งนี้มีหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงการใช้อ านาจตุลาการ
โดยบิดผันหลักการประชาธิปไตย รวมทั้งหลักการประชาธิปไตยป้องกันตนเองด้วย เพื่อเชิดชูระบอบอ านาจ
นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ
จากประสบการณ์ของเยอรมนี สเปน ตุรกี ฮ่องกง และกัมพูชา พบว่าล้วนมีประสบการณ์ยุบพรรค
การเมืองที่แตกต่างกันไป ทั้งสาเหตุและกระบวนการ ตลอดจนถึงผลที่เกิดขึ้น ซึ่งมีทั้งช่วยรักษาหรือท าลาย
ประชาธิปไตย พบว่าการประเมินสัมฤทธิผลของการยุบพรรคการเมืองต่อการปกป้องประชาธิปไตยนั้น ขึ้นอยู่
กับเกณฑ์ต่อไปนี้ คือ หนึ่ง เกณฑ์ด้านวัตถุประสงค์ การยุบพรรคต้องน าไปสู่การรักษาสิทธิเสรีภาพ ไม่ใช่เพื่อ
ท าลายปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกและการรวมกลุ่มกันเป็นสมาคมต่อไป สอง เกณฑ์ด้านการกระท า
การกระท าหรือการแสดงความคิดเห็นที่จะน าไปสู่การยุบพรรคนั้น ต้องไม่เพียงแค่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน จะต้องมี
องค์ประกอบของความรุนแรงอยู่ การเรียกร้องความเปลี่ยนแปลงตามกติกา โดยสันติวิธี ไม่เพียงพอต่อการยุบพรรค
นอกจากนี้ การกระท านั้นต้องเป็นการกระท าของพรรคการเมืองที่ผูกพันนิติบุคคลทั้งหมด หรือผู้กระท า
เป็นหัวหน้า หรือผู้บริหาร หรือผู้น า หรือตัวแทนของพรรคการเมือง และสมาชิกพรรคส่วนใหญ่รับเอา
การกระท านั้นเป็นของตนเองหรือไม่ การกระท าดังกล่าวอาจต้องเกิดขึ้นอย่างเปิดเผย เป็นไปซ้ า ๆ บรรจุอยู่ใน
แผนงานหรือนโยบายของพรรคการเมืองนั้นอย่างเป็นทางการ เป็นที่รับทราบกันทั่วไป สาม เกณฑ์ด้าน
กระบวนการ การยุบพรรคนั้นมีหลักประกันความเป็นธรรมเพียงพอหรือไม่ น่าเชื่อถือ กฎหมายที่ระบุเหตุแห่ง
การยุบพรรคเอง ต้องมีความชัดเจนว่าครอบคลุมการกระท าเช่นไรบ้าง ไม่คลุมเครือ ไม่กว้างขวางจนเกินไปจน
ไม่อาจเข้าใจได้ กระบวนการยุบพรรคต้องเคารพสิทธิของพรรคการเมืองผู้ถูกกล่าวหาที่จะได้รับการพิจารณา
อย่างเป็นธรรม ผู้มีอ านาจตัดสินใจยุบพรรคควรเป็นตุลาการ ซึ่งต้องเป็นกลางและน่าเชื่อถือ และเกณฑ์ที่สี่ คือ
เกณฑ์ด้านกฎหมาย กฎหมายที่ใช้ในการยุบพรรคการเมืองต้องเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อให้มีผลบังคับใช้เป็น
การทั่วไป ไม่ใช่เจาะจงใช้กับบุคคลหรือคณะบุคคลใดคณะบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ ในภาพรวมระบบการปกครองต้อง
ประชาธิปไตยตั้งแต่ต้น กฎหมายนั้นตราผ่านผู้แทนปวงชน มีกระบวนการนิติบัญญัติที่ได้มาตรฐาน และชอบธรรม
การยุบพรรคการเมืองของไทยเริ่มขึ้นในช่วงความขัดแย้งทางการเมืองปี 2549 เรื่อยมา โดยศาล
รัฐธรรมนูญได้ยุบพรรคการเมืองจ านวนมาก ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย (2550) พรรคพลังประชาชน
พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย (2551) พรรคไทยรักษาชาติ (2562) และพรรคอนาคตใหม่ (2563)
และยังมีการไต่สวนแต่ไม่ได้ยุบพรรคการเมืองอีกหลายครั้ง แต่ละครั้งล้วนน าไปสู่ความตึงเครียดทางการเมือง
ที่ร้ายแรงที่สุดคือการชุมนุมของคนเสื้อแดงในปี 2552 และ 2553 และการชุมนุมของประชาชนตลอดปี 2563
เรื่อยมาถึง 2564
หากวิเคราะห์ปัญหาการยุบพรรคการเมืองภายใต้กฎหมายไทยตามเกณฑ์ทั้งสี่ข้อที่สังเคราะห์จาก
ประสบการณ์ของนานาประเทศ จะพบว่ามีปัญหาดังต่อไปนี้ คือ ในด้านกฎหมาย แต่ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา
บทบัญญัติที่ระบุเหตุเกี่ยวกับการยุบพรรคการเมืองนั้นเพิ่มมากขึ้นทุกที และลงไปในการกระท าปลีกย่อย
ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปหมด จนยากจะท าความเข้าใจได้ครบถ้วน ถ้อยค าที่ใช้ในกฎหมายคลุมเครือ
ส่วนในด้านโทษ ความไม่สมเหตุสมผลด้านโทษปรากฏชัดเจน เมื่อโทษเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนั้น ไม่ได้บัญญัติไว้
~ 2 ~

