Page 43 - 4 EDIT โรงเรียนสร้างคน พลเมืองสร้างชาติ The Series เล่ม 1 (2559).indd
P. 43

“แน่นอนการเปลี่ยนต่อตนเองคือเป็นผู้สูงวัยที่ยังคงมีประสิทธิภาพใน
            การพัฒนาบ้านเมืองได้ เป็นพลเมืองได้ โดยไม่อยู่เฉย ๆ รู้จักมองประโยชน์ส่วนรวม
            มากขึ้นและพร้อมจะพัฒนาบ้านเมืองไปพร้อม ๆ กับทุกคน แม้ว่าสิ่งที่ท�าอยู่นี้จะยัง
            ไม่ยิ่งใหญ่ถึงระดับประเทศ แต่การจะท�าให้ส�าเร็จได้จริง ๆ นั้นก็ควรจะต้องเริ่มจาก
            ชุมชนเล็ก ๆ ของตนเองก่อน เมื่อชุมชนเปลี่ยนมีหรือที่สังคมส่วนใหญ่จะไม่เปลี่ยน
            การเรียนที่ได้มากกว่าความรู้คือ การลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเอง จาก 1 แรง ก็จะ
            ขยับเป็น 2 แรง ขยับเป็น 3 แรง ไปจนถึงขยับทุกแรงในจังหวัด ขยับทั้งประเทศ
            ได้ในที่สุด เพียงแค่รู้ว่า ตอนนี้ตัวเราเองเริ่มแล้วหรือยังเท่านั้น ถึงแม้การเรียนในรั้ว
            โรงเรียนพลเมืองจะจบไปแต่การเป็นพลเมืองที่ตระหนักรู้ และพลเมืองที่กระตือรือร้น
            ในการพัฒนายังคงไม่สิ้นสุดตาม จะท�าจนกว่าจะไม่มีแรงท�า”

                                                    พ่อพยนต์ ปัญญาภา
                                                นักเรียนโรงเรียนพลเมืองโพนทอง

                    …ความส�าเร็จที่แลกมาด้วยแรงกาย และแรงใจ…
                    กว่าจะเป็นพลเมืองต้นแบบดั่งเช่นทุกวันนี้ใช่จะไม่มีปัญหา  ไม่มีอุปสรรค
            การเป็นคนริเริ่มท�าสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่วัฒนธรรมเดิมคงจะหนีไม่พ้นค�าพูดเข้าหูที่ว่า…
                    “บ้าหรือเปล่า ท�าแบบนี้ท�าไม???”
                    “อายุมากแล้วจะเรียนท�าไม???” (แถวบ้านเรียกว่าแก่แล้ว)
                    แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาต่อการเข้าเรียนโรงเรียนพลเมือง และมองว่าไม่ใช่ปัญหา
            อุปสรรคของตนเองด้วย ความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด และไม่มีใครแก่เกินเรียนแน่นอน สิ่งที่จะ
            เอาชนะค�าดูถูกนี้ได้คือ “ท�าให้เห็น เป็นให้ดู” (เป็นพลเมืองให้ดู) ความอดทนและพยายาม
            เท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ความส�าเร็จนี้ได้จากผลงานที่ผ่านมาในการท�าโครงการ
            “เลือกตั้งสมานฉันท์  ไม่ซื้อสิทธิ  ขายเสียง” คงจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้แล้วว่าไม่มีใคร
            แก่เกินเรียน และไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ หากการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นทางเลือก
            ที่ดีกว่าเดิม
                    ปัจจุบัน พ่อพยนต์ ปัญญาภา เป็นพลเมืองจิตอาสาที่พัฒนาตนเองจากนักเรียน
            โรงเรียนพลเมือง เป็นคุณครูผู้สอนนักเรียนโรงเรียนพลเมืองอื่น ๆ ในจังหวัดร้อยเอ็ด
            และร่วมเป็นคณะกรรมการสภาพลเมืองร้อยเอ็ดด้วยเช่นเดียวกันกับเพื่อนรักร่วมรุ่น
            ตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ อย่าง พ่อจตุพล ค�าแดงไสยย์ หนึ่งในสมาชิกนักเรียนโรงเรียนพลเมือง
            โพนทอง  ที่ร่วมกันท�าโครงการเลือกตั้งสมานฉันท์มาตั้งแต่ต้นและก็กอดคอกันเข้ามา
            เป็นคณะกรรมการสภาพลเมืองร้อยเอ็ดด้วยเช่นกัน (ไม่ธรรมดาเลยใช่ไหมล่ะทุกคน…)

                                                                   I
                                       “โรงเรียนสร้างคน……พลเมืองสร้างชาติ” เล่ม 1   2559  31
   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48