Page 94 - kpi20440
P. 94

KPI Congress 20th
           94
                    2018
              Thai Democracy on the Move




                      6.   หลักความคุ้มค่า (Value for Money) หรือหลักประสิทธิภาพและหลักประสิทธิผล (Efficiency

                            and Effectiveness) เป็นการบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรที่จ�ากัดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
                            แก่ส่วนรวม โดยรณรงค์ให้คนไทยมีความประหยัด ใช้ของอย่างคุ้มค่า สร้างสรรค์สินค้าและบริการ

                            ที่มีคุณภาพสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก และรักษาพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืน

                      ถวิลวดี บุรีกุล (2546) กล่าวว่า หลักความส�านึกรับผิดชอบ นั้นมีความหมายกว้างกว่าความสามารถ

             ในการตอบค�าถามหรืออธิบายเกี่ยวกับพฤติกรรมได้เท่านั้น ยังรวมถึงความรับผิดชอบในผลงานหรือปฏิบัติ
             หน้าที่ให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่ก�าหนดไว้ รวมทั้งการตอบสนองต่อความคาดหวังของสาธารณะ เป็นเรื่องของ

             ความพร้อมที่จะรับผิดชอบ ความพร้อมที่จะถูกตรวจสอบได้ โดยในแง่มุมของการปฏิบัติถือว่า ส�านึกรับผิดชอบ
             เป็นคุณสมบัติหรือทักษะที่บุคคลพึงแสดงออกเพื่อเป็นเครื่องชี้ว่า ได้ยอมรับในภารกิจที่ได้รับมอบหมายและ

             น�าไปปฏิบัติด้วยความรับผิดชอบ


                      ดังนั้น ธรรมาภิบาลจึงเป็นหลักการท�างานหรือการบริหารงานที่รัฐบาลและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เชื่อมั่นว่า
             จะน�ามาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คือ ความเป็นธรรม ความสุจริต ความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยวิธีด�าเนินการ

             ให้เกิดธรรมาภิบาล คือ การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน มีความโปร่งใส มีจิตส�านึกในความรับผิดชอบ
             และสิ่งที่จะเอื้อให้เกิดการด�าเนินการดังกล่าว คือ การมีกฎระเบียบ มีแนวปฏิบัติที่รองรับการด�าเนินการนั้น


                      ปธาน สุวรรณมงคล (2558) ให้ความหมายของค�าว่า ธรรมาภิบาลว่า เป็นหลักการบริหารการปกครอง

             ที่มุ่งประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติโดยยึดหลักเหตุผลและความเป็นธรรม กล่าวอีกแง่มุมหนึ่ง
             ธรรมาภิบาลเป็นทั้งหลักการ (principle) และแนวทาง (guideline) ส�าหรับการปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักที่ก�าหนด


                      โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประกอบกับเหตุการณ์ที่ส�าคัญอย่างหนึ่งของประเทศไทยคือ การมีรัฐธรรมนูญ

             ฉบับใหม่ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่มีผลบังคับใช้หลังจากมีการลงประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559 และ
             ประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560 โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 นี้ได้ให้

             ความส�าคัญกับเรื่องของการมีกลไกในการปฏิรูปประเทศและการมียุทธศาสตร์ชาติ ที่จะน�าประเทศไปสู่สังคม
             มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ในการบริหารประเทศ จะต้องอยู่บนพื้นฐานของความร่วมมือของทุกภาคส่วน มีหลัก

             ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ยึดมั่นในหลักสุจริต หลักสิทธิมนุษยชน และหลักธรรมาภิบาล ทั้งหมดนี้
             เป็นหลักการส�าคัญของรัฐธรรมนูญ ประกอบกับจะต้องมีกลไกที่ป้องกันผู้ทุจริต ไม่ให้เข้ามาปกครองประเทศ

             มีกลการในการปฏิรูปเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม
       เอกสารประกอบการประชุมกลุ่มย่อยที่ 2  จริยธรรมและธรรมาภิบาล ขณะที่ภาคประชาชนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมทุกขั้นตอน
             ที่พึงประสงค์ต่อไป และภาครัฐจะต้องมีกลไกในการป้องกัน ตรวจสอบและขจัดการทุจริต ผู้บริหารต้องมีคุณธรรม




                      รัฐธรรมนูญได้บัญญัติชัดเจนในส่วนค�าปรารภถึงเจตจ�านงของรัฐธรรมนูญนี้ “เพื่อมิให้ผู้บริหารที่ปราศจาก

             คุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลเข้ามามีอ�านาจในการปกครองบ้านเมืองหรือใช้อ�านาจตามอ�าเภอใจ และ

             การก�าหนดมาตรการป้องกันและบริหารจัดการวิกฤติการณ์ของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น.....” ประการ
             ส�าคัญคือรัฐธรรมนูญนี้จะท�าให้เกิด นโยบายและ การปฏิรูปที่น�าไปสู่สังคมสงบสุข “ได้ก�าหนดนโยบายและ
   89   90   91   92   93   94   95   96   97   98   99