Page 371 - kpi17968
P. 371
360
หากไม่พิเคราะห์รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งฉบับบนพื้นฐานความเข้าใจแนวความคิดว่า
ด้วยนิติรัฐหรือนิติธรรมที่ยอมรับนับถือกันในสากลแล้ว ก็ย่อมจะไม่เห็นการ
ซ่อนเร้นอำพรางแนวความคิดทางกฎหมายที่เป็นปรปักษ์กับหลักนิติรัฐหรือ
หลักนิติธรรม ไม่ว่าอย่างไรก็ตามหากแนวความคิดที่ปรปักษ์กับหลักนิติรัฐและ
หลักนิติธรรมยังคงถูกอำพรางอยู่ในรัฐธรรมนูญในนามของการปกครองแบบไทยๆ
ดังที่มีความพยายามสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐธรรมนูญฉบับที่อำพรางว่าเป็น
นิติรัฐนี้แล้ว ความยุติธรรมและสันติสุขในระบบกฎหมายย่อมยากที่จะเกิดขึ้นได้
(วรเจตน์ ภาคีรัตน์, เว็บไซต์นิติราษฎร์ 2555)
ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ซึ่งเป็น
รัฐธรรมนูญที่ถูกประกาศใช้โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยิ่งเป็น
ภาพสะท้อนให้เห็นความถดถอยของหลักนิติธรรมในสังคมไทย โดยเฉพาะ
ในมาตรา 44 ที่ให้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบ
ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีอำนาจสั่งการ ระงับยับยั้ง หรือกระทำการใดๆ
ได้ ไม่ว่าการกระทำนั้นจะมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทาง
ตุลาการ และให้ถือว่าคำสั่งหรือการกระทำ รวมทั้งการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว
เป็นคำสั่ง หรือการกระทำ หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญนี้
และเป็นที่สุด
มาตราดังกล่าวยังให้อำนาจอย่างกว้างขวางในการบังคับใช้กฎหมายโดย
เจ้าหน้าที่ทหารต่อพลเรือน และมีแนวโน้มที่จะล้มล้างสิทธิมนุษยชนที่ประกันไว้ใน
กฎหมายภายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ ภายใต้คำสั่งที่ออกโดย
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งให้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงการดำเนินการ
ตามมาตรา 44 เจ้าหน้าที่ทหารที่มียศตั้งแต่ชั้นร้อยตรีขึ้นไปถูกกำหนดให้เป็น
เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งมีอำนาจบังคับใช้กฎหมายอย่างกว้างขวาง
รวมถึง การตรวจค้น จับกุม ควบคุมตัว โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบจากฝ่าย
ตุลาการ นอกเหนือจากนั้น เจ้าพนักงานดังกล่าวยังมีอำนาจกระทำการอื่นใดตาม
ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย ได้รับการคุ้มครองที่จะไม่ต้องรับผิด
ทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย จากการปฏิบัติหน้าที่ใดๆ ตามคำสั่งดังกล่าว
การประชุมกลุมยอยที่ 3