Page 13 - 21908
P. 13

ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ   1-2



                       ชนชาวไทย ในรัฐธรรมนูญร่างแรกที่ผ่านคณะอนุกรรมการยกร่างฯ ที่ใช้ค าว่า “สิทธิเสรีภาพของบุคคล” ไม่ใช่

                       ของชนชาวไทย หมวดที่ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพนั้นชื่อว่าหมวดสิทธิเสรีภาพของบุคคล ซึ่งอนุกรรมการที่ยกร่างนั้น
                       ต้องการที่จะให้เป็นสิทธิมนุษยชน ที่เรียกว่า “human rights” ไม่ใช่สิทธิพลเมืองที่เรียกว่า “civil rights” แต่

                       สังคมไทยยังรับไม่ได้ เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ซึ่งมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

                       แห่งชาติบางท่านในอดีตร่วมเป็นคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญอยู่ด้วย ทั้งที่หลายท่านเห็นด้วย แต่ก็แพ้เสียง
                       ข้างมาก ชื่อหมวดจึงถูกปรับเป็นสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย สถานะของสิทธิมนุษยชนซึ่งผู้ร่างชุดแรก

                       ต้องการที่จะให้ เป็นสิทธิมนุษยชน (human rights) ของมนุษย์ทุกคนไม่จ ากัดเชื้อชาติ เรื่องสัญชาติถูกลด
                       ระดับลงมาเป็นสิทธิพลเมือง คือ เฉพาะคนที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น แต่กระนั้นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

                       พุทธศักราช 2540 ได้วางหลักการต่าง ๆ ไว้มากมาย โดยเฉพาะหลักการพื้นฐานที่ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของ
                       ประชาชนนั้นผูกพันโดยตรงต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ให้เคารพทั้งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิ

                       เสรีภาพของประชาชน ต่อมามีการยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ก็ยังเป็นมา

                       เรื่อย ๆ จนกระทั่งมาออกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ซึ่งยังคงคณะกรรมการสิทธิ
                       มนุษยชนแห่งชาติไว้ แต่เปลี่ยนสถานะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจากที่เคยสังกัดรัฐสภา เหมือนกับ

                       ผู้ตรวจการแผ่นดินใน พ.ศ. 2540 เป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ อยู่ในหมวดว่าด้วยองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ

                       ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 แล้วลดจ านวนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                       เหลือ 7 คน จากเดิม 11 คน ส่วนสถานะกฎหมายจัดตั้งนั้น ยังคงเป็นพระราชบัญญัติตามเดิม (บวรศักดิ์

                       อุวรรณโณ, 2560) กระทั่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
                       แห่งชาติ ถูกยกระดับให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายจัดตั้งเพื่อระบุที่มาและอ านาจ

                       หน้าที่ และได้มีการยกเครื่องกลไกต่าง ๆ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเสียใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเติม
                       คุณสมบัติของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แก้ไขเรื่องผู้ท าหน้าที่เป็นคณะกรรมการสรรหา และเพิ่มหน้าที่

                       ชี้แจงเพื่อแก้ต่างสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศ (โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน, 2559)

                       โดยมุ่งหวังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบการท างานของรัฐบาล ตรวจสอบการใช้อ านาจรัฐ และการ
                       ออกกฎหมายที่ละเมิดสิทธิของประชาชน อันเป็นกระบวนการตามวิถีประชาธิปไตย


                              คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีหน้าที่และอ านาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่ง
                       ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 247 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย

                       คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 26 และ 27 และแผนยุทธศาสตร์คณะกรรมการสิทธิ

                       มนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2565 โดยแบ่งการด าเนินงานออกเป็น 8 ด้าน ประกอบด้วย (1) การตรวจสอบ
                       และรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการป้องกัน

                       หรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน (2) การจัดท ารายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของ
                       ประเทศ (3) การเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (4) การชี้แจงและ

                       รายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องในกรณีที่มีรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยโดยไม่ถูกต้อง

                       หรือไม่เป็นธรรม (5) การสร้างเสริมทุกภาคส่วนของสังคมให้ตระหนักถึงความส าคัญของสิทธิมนุษยชน (6) การ
   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18