Page 12 - 21908
P. 12

ร่างรายงาน องค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ   1-1




                                                                บทที่ 1



                                                                 บทน ำ




                       1.1 ที่มำและควำมส ำคัญ

                              การออกแบบกลไกเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่การปกครองประเทศ ด้วยการให้องค์กรอิสระ

                       ตามรัฐธรรมนูญ อันประกอบด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
                       แห่งชาติ ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มี

                       หน้าที่ตรวจสอบการใช้อ านาจรัฐ เพื่อให้องค์กรผู้ใช้อ านาจ โดยเฉพาะในฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่าย
                       ตุลาการ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม รวมทั้ง สามารถปกป้องคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของปวง

                       ชนชาวไทยได้อย่างกว้างขวางและครอบคลุมนั้น ถือเป็นเจตนารมณ์ส าคัญที่มีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญแห่ง

                       ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 กระทั่งถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน ได้มีการปรับปรุง
                       หน้าที่และอ านาจ ทั้งในแง่โครงสร้าง กระบวนการ และกลไกต่าง ๆ โดยมุ่งหวังในการสร้างประชาธิปไตยที่

                       ตรวจสอบได้ ผ่านการท างานขององค์กรอิสระต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ การปรับปรุง
                       กระบวนการสรรหากรรมการในองค์กรอิสระ เพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม การก าหนดมาตรฐานทาง

                       จริยธรรมขึ้นใช้บังคับแก่ผู้ด ารงต าแหน่งในองค์กรอิสระ การก าหนดมาตรการให้องค์กรอิสระร่วมมือและ

                       ช่วยเหลือกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละองค์กร ตลอดจนการออกแบบกลไกการ
                       ตรวจสอบการท างานขององค์กรอิสระโดยประชาชนมีส่วนร่วมได้มากขึ้น ส าหรับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

                       แห่งชาติ เป็นองค์กรหนึ่งที่มีการปรับปรุงในประเด็นต่าง ๆ หลายประการดังที่กล่าวมา

                              รัฐธรรมนูญได้บัญญัติหลักเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชน แม้ว่าตามทฤษฎีกฎหมายธรรมชาติ

                       จะบอกว่าสิทธิเสรีภาพเป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ แต่เหตุที่ต้องน ามาบัญญัติไว้ก็เพื่อให้เกิดความเป็นรูปธรรม

                       การที่จะน ามาบัญญัติเป็นตัวบทกฎหมายนั้นต้องผ่านกลไกทางรัฐธรรมนูญและเรื่องสิทธิเสรีภาพก็เป็นหนึ่งใน
                       หลักส าคัญของรัฐธรรมนูญ โดยสิทธิมนุษยชนเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนพึงมีโดยเสมอภาคกัน เพื่อการ

                       ด ารงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีโอกาสเท่าเทียมกันในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตนอย่างเต็มที่และ
                       สร้างสรรค์ ดังนั้น จึงเป็นสิทธิที่ได้มาพร้อมกับการเกิดและเป็นสิทธิติดตัวบุคคลนั้นตลอดไปไม่ว่าจะอยู่ในเขต

                       การปกครองใด หรือเชื้อชาติ ภาษา ศาสนาใด ๆ สิทธิมนุษยชนจึงเป็นแนวคิดเกี่ยวกับมนุษย์ที่ว่า มนุษย์นั้นมี

                       สิทธิหรือสถานะสากล ซึ่งไม่ขึ้นอยู่กับขอบเขตของกฎหมาย หรือปัจจัยอื่นใด (เกรียงไกร เจริญธนาวัฒน์, 2563)
                       หากกล่าวย้อนไปในอดีตถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย จะพบว่า ช่วงก่อนปี พ.ศ. 2517 นั้น ยัง

                       ไม่ได้รับความสนใจในสังคมมากเท่าใดนัก เนื่องจากเป็นสิทธิเสรีภาพของกฎหมาย ไม่ค่อยมีความส าคัญในชีวิต
                       จริงของประชาชน แต่หลังจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ประเด็นสิทธิมนุษยชนได้รับความสนใจมาก

                       ขึ้น กระทั่งถึง พ.ศ. 2540 จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งส าคัญ ดังปรากฏในหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวง
   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17