Page 5 - 21908
P. 5
และต้องมีการตั้ง “ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน กสม.” ขึ้นมา เพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า พลวัตรดังกล่าวสะท้อน
ถึงความไม่แข็งแรงเชิงโครงสร้างและการขาดประสิทธิภาพในการท างานในฐานะขององค์กรอิสระที่มีหน้าที่ใน
การตรวจสอบและการดูแลปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
ผลการวิเคราะห์บทบาทและการด าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พบว่า การรับรู้
ในบทบาทและการด าเนินงานของ กสม. ทั้งในส่วนกลางและระดับพื้นที่ มีค่อนข้างน้อย ประชาชนและภาค
ประชาสังคมไม่ค่อยเชื่อมั่นในการท างาน และขาดความไว้วางใจในการท าหน้าที่ของ กสม. โดยสภาพดังกล่าว
เกิดจากปัญหาส าคัญอย่างน้อย 4 ข้อซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์เอกสาร คือ (1) กสม. ยังมี
การท างานที่อยู่แต่ส่วนกลาง ยึดตามระบบราชการ ไม่กระจายการท างานลงในระดับพื้นที่ จึงท าให้ไม่ได้สัมผัส
ประชาชน (2) ขาดการประชาสัมพันธ์ผลการท างานขององค์กร จึงไม่เป็นที่รู้จักของประชาชน ท าให้ไม่สามารถ
สร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนได้ตามหน้าที่ที่กฎหมายก าหนดได้มากเท่าที่ควร (3) ข้อจ ากัดในการท าหน้าที่
ตามกฎหมาย คือ ท าได้เพียงตรวจสอบและเสนอแนะแนวทางที่เหมาะสมไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่มี
อ านาจในการจัดการปัญหาที่ประชาชนมาร้องด้วยตนเอง จึงมีลักษะเป็น “เสือกระดาษ” ในมุมมองของ
ประชาชน และ (4) ปัญหาด้านภาวะผู้น าของ กสม. โดยเฉพาะผู้ที่เป็นประธาน กสม. ส าหรับประเด็นความ
เหมาะสมของกระบวนการสรรหาและคุณสมบัติของ กสม. นั้น ส่วนใหญ่ยังเห็นว่า กระบวนการสรรหา กสม. ที่
มีผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากภาคส่วนที่หลากหลายยังมีความเหมาะสม แต่มีข้อสังเกตว่า ที่มาของ กสม. ยังยึดโยงกับ
ประชาชนน้อย รวมทั้งกระบวนการสรรหาที่ก าหนดเป็นอุปสรรค ปิดกั้นมิให้ผู้แทนภาคประชาชนได้มีโอกาสใน
การรับเลือกเข้ามาเป็น กสม. และควรที่จะมีช่องทางให้ประชาชน หรือผู้แทนจากภาคประชาชนสามารถมีส่วน
ร่วมในการเลือกบุคคลที่จะมาเป็น กสม. ด้วย นอกจากนี้ ยังเห็นว่าจ านวน กสม. อาจจะไม่เพียงพอต่อการท า
หน้าที่ โดยต้องการให้พิจารณาจ านวน กสม. เป็นกลุ่มประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้มีความสอดคล้องกับ
สภาพความเป็นจริงของปัญหามากขึ้น รวมทั้ง ไม่ควรมีการก าหนดคุณวุฒิทางการศึกษา ในการเป็นเงื่อนไขของ
ผู้มีสิทธิเป็น กสม.
แนวทางการส่งเสริมประสิทธิภาพในการด าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่
เหมาะสม แบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรก คือ แนวทางการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและกฎหมาย ได้แก่ (1) ต้องมี
การแก้ไขกฎหมายที่เอื้อให้ กสม. ท างานในฐานะองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อ านาจรัฐและการ
ปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชนได้มากขึ้น หรือเป็นไปในลักษณะของการท าให้ข้อเสนอแนะของ
กสม. มีผลบังคับในทางปฏิบัติต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นการปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากขึ้น
(2) ควรเสนอต่อรัฐสภาให้มีการแก้ไข เรื่องการระบุจ านวนและคุณสมบัติของผู้ที่จะด ารงต าแหน่ง กสม. ตาม

