Page 4 - 21908
P. 4
ค
บทสรุปผู้บริหาร
การศึกษาองค์กรอิสระกับการสร้างประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้: ศึกษากรณีคณะกรรมการสิทธิ
มนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ส าคัญเพื่อศึกษาบทบาทและสภาพการด าเนินงานของ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เพื่อน าเสนอ
แนวทางการส่งเสริมประสิทธิภาพในการด าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เหมาะสม ใช้
การเก็บข้อมูลโดยวิธีการเชิงคุณภาพ แบ่งชุดข้อมูลออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ (1) ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data)
โดยได้รับข้อมูลจากการสนทนากลุ่ม (Focus group interview) กับประชากรเป้าหมาย คือ ผู้ที่เป็นตัวแทน
ภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสิทธิมนุษยชน ที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ศึกษาและประสานงาน
ด้านสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 5 จังหวัด ประจ าภูมิภาค ประกอบด้วย จังหวัด
เชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งก าหนดแนวค าถามแบบ
กึ่งมีโครงสร้าง รวมผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น 58 คน และ (2) ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) โดยการเก็บรวบรวม
ข้อมูลจากเอกสารวิชาการต่าง ๆ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2560 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.2560
รายงานประจ าปี พ.ศ. 2561-2563 ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และงานวิชาการที่เกี่ยวข้อง การ
วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย (1) การวิเคราะห์ด้วยการตีความเชิงพรรณนาข้อมูล (2) การวิเคราะห์
เนื้อหา ด้วยวิธี Constant Comparative Method ตามเทคนิคของ Glaser และ Strauss และ (3) การสร้าง
ค าอธิบายจากปรากฏการณ์ที่ศึกษา ด้วยวิธีการแบบอุปนัย (Analytic induction)
ผลการศึกษา พบว่า กสม. พยายามอธิบายผ่านรายงานประจ าปีถึงการด าเนินงานตามบทบาทหน้าที่
และอ านาจที่ได้รับตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.2560 ว่า กสม. สามารถด าเนินการได้อย่าง
ครบถ้วนและบรรลุตามตัวชี้วัดต่าง ๆ ที่ก าหนด แต่กล่าวได้ว่าเป็นความส าเร็จที่เต็มไปด้วยข้อจ ากัดนานัปการ
และความผันผวนจากปัจจัยภายใน ทั้งด้านบุคลากร ด้านงบประมาณ ตลอดจนข้อจ ากัดด้านหน้าที่และอ านาจ
ตามกฎหมายใหม่ รวมถึงการไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรค และส่งผลอย่างมี
นัยส าคัญต่อภาพลักษณ์ของ กสม. ในเวทีนานาชาติน ามาสู่การถูกลดสถานะความน่าเชื่อถือ รวมทั้งปัญหา
เสถียรภาพการท างานของ กสม. ที่เข้าขั้นวิกฤต น ามาสู่การลาออกของ กสม. จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

