Page 114 - 21908
P. 114

หน้า   ๑๕

              เล่ม   ๑๓๔   ตอนที่   ๑๒๓   ก         ราชกิจจานุเบกษา                  ๑๒   ธันวาคม   ๒๕๖๐


                      มาตรา  ๓๗  ในกรณีที่การละเมิดสิทธิมนุษยชนเรื่องใดเป็นความผิดอาญาและผู้เสียหาย
              ไม่อยู่ในฐานะที่จะร้องทุกข์หรือกล่าวโทษด้วยตนเองได้  ให้คณะกรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการ

              มอบหมายมีอํานาจร้องทุกข์หรือกล่าวโทษได้โดยให้ถือว่าเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
              ความอาญา

                      มาตรา  ๓๘  ในกรณีที่กรรมการผู้ใดพบเห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและจําเป็น
              ต้องดําเนินการโดยเร่งด่วน  ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะเป็นภยันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายของบุคคล
              ซึ่งถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่มีทางเยียวยาได้ในภายหลัง  กรรมการผู้นั้นอาจแจ้งให้หน่วยงานของรัฐ

              ให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามหน้าที่และอํานาจของ
              หน่วยงานนั้นได้  แล้วแจ้งให้คณะกรรมการทราบ  ในกรณีจําเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้กรรมการผู้นั้น

              อาจสั่งให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ
              ตามที่เห็นสมควรได้
                      ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับคําสั่งตามวรรคหนึ่ง

              ที่จะต้องปฏิบัติตามคําสั่งนั้น
                      มาตรา  ๓๙  ภายใต้บังคับมาตรา  ๖  ห้ามมิให้คณะกรรมการรับเรื่องที่คณะกรรมการ

              พิจารณาแล้วเห็นว่ามีลักษณะดังต่อไปนี้  ไว้พิจารณา
                      (๑)  เรื่องที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาลหรือเรื่องที่ศาลมีคําพิพากษา  คําสั่ง  หรือคําวินิจฉัย
              เสร็จเด็ดขาดแล้ว  เว้นแต่เป็นการศึกษาเพื่อประโยชน์ในการเสนอแนะให้มีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย

              กฎ  ระเบียบ  หรือคําสั่ง  ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน
                      (๒)  เรื่องที่ไม่อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ

                      (๓)  เรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอํานาจขององค์กรอิสระอื่น  หรือที่องค์กรอิสระอื่นรับไว้ดําเนินการ
              ตามหน้าที่และอํานาจขององค์กรอิสระนั้นแล้ว  แต่ไม่ตัดอํานาจในการที่จะขอรับทราบผลการพิจารณา
              ขององค์กรอิสระที่รับเรื่องไว้ดําเนินการ

                      (๔)  เป็นการร้องเรียนโดยใช้สิทธิไม่สุจริตและการพิจารณาจะไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
              โดยส่วนรวม

                      (๕)  เรื่องที่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมแล้ว
                      (๖)  เป็นเรื่องที่คณะกรรมการเคยพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน  เว้นแต่
              จะปรากฏพยานหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใหม่อันอาจทําให้ผลการพิจารณาเปลี่ยนแปลงไป

                      (๗)  เรื่องอื่นตามที่คณะกรรมการกําหนด
                      ในกรณีที่ความปรากฏในภายหลังว่าเป็นเรื่องที่มีลักษณะตามวรรคหนึ่ง  ให้คณะกรรมการ

              สั่งยุติเรื่อง
                      มาตรา  ๔๐  ให้คณะกรรมการจัดทํารายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน

              ของประเทศประจําปีให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินเพื่อเสนอต่อรัฐสภาและ
   109   110   111   112   113   114   115   116   117   118   119