Page 141 - kpi17730
P. 141
การพัฒนาพื้นที่เขตเมืองเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศพื้นที่ชุ่มน้ำ
หนองปึ๋งใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี โครงการสิ้นสุดเมื่อปี พ.ศ. 2554 ส่งผลให้พื้นที่แหล่งน้ำหนองปึ๋ง
ได้รับการพัฒนาทางกายภาพ จนสามารถเป็นพื้นที่รองรับน้ำหลากในช่วงฤดูฝน เป็นแหล่งน้ำสำรอง
ทองถิ่นสีเขียว ไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง น้ำมีคุณภาพดีขึ้นส่งผลให้สัตว์น้ำเจริญเติบโตและมีความหลากหลายทางชีวภาพ
เกษตรกรลดการเผาและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ ทำให้มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น และ
มีพื้นที่เอนกประสงค์ในการพักผ่อนหย่อนใจและทำกิจกรรมต่างๆ
2) โครงการย่อย (Intervention Project) “โครงการฟื้นฟูระบบนิเวศและส่งเสริม
วัฒนธรรมชุมชนพื้นที่แม่น้ำกกน้อย”
โครงการนี้เป็นการฟื้นฟูแม่น้ำกกน้อยที่ถูกทิ้งร้างเสื่อมโทรมให้กลับมาเป็นพื้นที่สีเขียว
และพื้นที่สาธารณประโยชน์ โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนและภาคส่วนต่างๆ มีส่วนร่วมในการแสดง
ความคิดเห็นในการปรับปรุงพื้นที่และลงมือปฏิบัติ
กรณีศึกษา “การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม”
แม่น้ำกกน้อยเป็นทางน้ำเดิมของแม่น้ำกกสายใหญ่ ไหลผ่านเขตพื้นที่เมืองหรือ
เขตเทศบาลนครเชียงราย มีความยาวกว่า 2 กิโลเมตร แต่เดิมพื้นที่ริมสองฝั่งน้ำเป็นพื้นที่สีเขียว
ที่มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติและมีบ้านเรือนตั้งอยู่ ต่อมา เนื่องจากมีการพัฒนาพื้นที่ทาง
ตอนเหนือของแม่น้ำกกน้อย จึงทำให้แนวการไหลของน้ำเปลี่ยน ลำน้ำมีสภาพตื้นเขิน ทางน้ำเป็น
เพียงทางระบายน้ำฝนและน้ำทิ้งจากอาคารบ้านเรือน กลายเป็นแอ่งน้ำเสีย พื้นที่สองข้างทางมีสภาพ
รกร้าง เสื่อมโทรม มีวัชพืชปกคลุม และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงและที่อยู่ของสัตว์มีพิษ
โครงการฟื้นฟูระบบนิเวศและส่งเสริมวัฒนธรรมชุมชนพื้นที่แม่น้ำกกน้อย มุ่งศึกษา
สำรวจ วางแผน และออกแบบฟื้นฟูระบบนิเวศของแม่น้ำกกน้อย ให้บริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่มีประโยชน์
สอดคล้องตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพ
ภูมิอากาศ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานอย่างเต็มที่ ดังนั้น ชุมชนโดยรอบแม่น้ำทั้ง
ห้าชุมชน ได้แก่ ชุมชนรั้วเหล็กใต้ ชุมชนรั้วเหล็กเหนือ ชุมชนเทิดพระเกียรติ ชุมชนเกาะลอย และ
ชุมชนกองยาว รวมถึงโรงเรียนในพื้นที่และใกล้เคียง หน่วยงานราชการ และสถาบันการศึกษา ต่างได้
รับการเชิญชวนจากเทศบาลนครเชียงรายให้เข้ามาร่วมคิดวิเคราะห์ เสนอความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะ
ร่วมตัดสินใจ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันทั้งในเชิงองค์ความรู้ทางวิชาการ เทคนิค และ
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านการจัดเวทีระดมความคิดเห็นซึ่งมีนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ดำเนิน
กระบวนการ
134 สถาบันพระปกเกลา

